การปรับตัวของหุ้น SAPPE ท่ามกลางความท้าทายในตลาดส่งออก
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีการปรับตัวขึ้น หลังจากการแต่งตั้งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,318.67 จุด เพิ่มขึ้น 15.67 จุด หรือ 1.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 32,902 ล้านบาท
และแม้ว่าตลาดหุ้นโดยรวมจะฟื้นตัว แต่หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกกลับมีการปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหุ้นของบริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ซึ่งปิดที่ 81.50 บาท ลดลง 9.50 บาท หรือประมาณ 10.44% โดยสาเหตุหลักมาจากแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 3/2567 ที่อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์เดิม ทำให้นักลงทุนมีความกังวลและเกิดการเทขายหุ้นออกมา
หนึ่งในปัจจัยที่กดดันหุ้น SAPPE คือการปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ทั้งปี 2567 จาก 20-25% เหลือเพียง 15-20%
ชี้ให้เห็นว่าการปรับลดเป้าหมายการเติบโตสะท้อนถึงความท้าทายที่บริษัทต้องเผชิญในตลาดส่งออก โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งการแข่งขันที่รุนแรงส่งผลให้การเติบโตชะลอตัวลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงปี 2021-2023 นอกจากนี้ ตลาดอินโดนีเซียก็มีการหดตัวลง ทำให้บริษัทต้องพิจารณาปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่เพื่อเพิ่มการเข้าถึงตลาด
นอกจากนี้การแข็งค่าลงอย่างรุนแรงของค่าเงินบาทก็ส่งผลต่อรายได้ของ Sappe เองด้วยเช่นกัน
ซึ่งในปี 2565-2566 โครงสร้างรายได้ของ SAPPE นั้นมาจากต่างประเทศกว่าร้อยละ 75
ซึ่งก็สามารถนับได้ว่าเป็นธุรกิจส่งออกที่ได้รับอิทธิพลจากค่าเงินเป็นหลักอีกด้วย
ทั้งนี้การปรับประมาณการรายได้ของ SAPPE ในปี 2024 และปี 2025 ลง 5% และ 8% ตามลำดับ ก็สะท้อนถึงความไม่แน่นอนในตลาดส่งออก
นักลงทุนอย่างเราควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพิจารณาการลงทุน เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบในสภาวะที่ยังคงมีความท้าทายเช่นนี้