จับตาดัชนี PCE สหรัฐฯ ศุกร์นี้
” จับตาดัชนี PCE สหรัฐฯ ศุกร์นี้ ” ดาวโจนส์ ปิดบวก 15.64 จุด
ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
ณ เวลา 20.11 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับขึ้น 0.15% สู่ระดับ 105.63 โดยดอลลาร์ดีดตัวขึ้น 0.21% สู่ระดับ 1.071 เทียบยูโร และขยับขึ้น 0.04% สู่ระดับ 159.68 เยน
ดัชนี PCE คืออะไร
– ดัชนี PCE หรือ Personal Consumption Expenditure (PCE) คือ
ดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล เป็นดัชนีราคาที่คำนวณจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Personal Consumption Expenditures) ที่ประกาศโดย
Bureau of Economic Analysis (BEA) ซึ่งเป็นเม็ดเงินจริงที่ผู้บริโภคใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ
ความแตกต่างระหว่าง CPI กับ PCE หลักๆ อยู่ที่ขอบข่ายของสินค้าและบริการที่ถูกนำมาคำนวณดัชนี และวิธีการถ่วงน้ำหนักสินค้าและบริการแต่ละประเภท
————————————————
– นักลงทุนกำลังจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างใกล้ชิดเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดอลลาร์
————————————————
: ปัจจัยการเมืองที่มีผลกระทบต่อตลาด
– นอกจากตัวเลขเศรษฐกิจ นักลงทุนยังจับตาปัจจัยการเมืองสำคัญหลายประการ ได้แก่ การดีเบตระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันพฤหัสบดีนี้ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งตรงกับเช้าวันศุกร์ตามเวลาไทย และการเลือกตั้งในฝรั่งเศสที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน และ 7 กรกฎาคม
– ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE)
นักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์นี้ เนื่องจากดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนี PCE สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคและครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างกว่า
————————————————
: คาดการณ์ดัชนี PCE
– ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายปีกับระดับ 2.7% ในเดือนเมษายน
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE ทั่วไปจะไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนพฤษภาคม หรือปรับตัวขึ้น 0.0% จากระดับ 0.3% ในเดือนเมษายน
ในส่วนของดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน
– คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายปีกับระดับ 2.8% ในเดือนเมษายน
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE พื้นฐานจะปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 0.2% ในเดือนเมษายน
————————————————
: นักลงทุนควรจับตาดูปัจจัยต่อไปนี้อย่างใกล้ชิด
1. ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE)
– ตัวเลข PCE ที่จะเปิดเผยในวันศุกร์นี้มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้ในการประเมินสภาพเศรษฐกิจและตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงิน
– ดัชนี PCE ทั่วไปคาดว่าจะปรับตัวขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี และไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบรายเดือน
– ดัชนี PCE พื้นฐานคาดว่าจะปรับตัวขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี และปรับตัวขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน
2. การเคลื่อนไหวของดอลลาร์
– ดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดในเศรษฐกิจสหรัฐ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินและการค้าโลก
– ณ เวลา 20.11 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์เพิ่มขึ้น 0.15% สู่ระดับ 105.63 โดยดอลลาร์ดีดตัวขึ้น 0.21% สู่ระดับ 1.071 เทียบยูโร และขยับขึ้น 0.04% สู่ระดับ 159.68 เยน
3. ปัจจัยการเมือง
– การดีเบตระหว่างประธานาธิบดีโจ
ไบเดน และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในวันพฤหัสบดีนี้อาจมีผลกระทบต่อตลาดการเงิน
– การเลือกตั้งในฝรั่งเศสที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน และ 7 กรกฎาคม อาจสร้างความผันผวนในตลาดยุโรป
————————————————
: อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรติดตามข้อมูลเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการลงทุนของตน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลก