บริษัทค้าปลีกจากแคนาดา จ่อเทคโอเวอร์ 7-Eleven ญี่ปุ่น

บริษัท Seven & i Holdings ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ 7-Eleven ในญี่ปุ่น ได้ยืนยันว่าได้รับข้อเสนอจาก Alimentation Couche-Tard บริษัทค้าปลีกจากแคนาดา เพื่อเข้าซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของ Seven & i

 ข้อเสนอนี้เป็นความลับและไม่มีผลผูกพันในขณะนี้ โดยทาง Seven & i ได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อพิจารณาข้อเสนอนี้อย่างละเอียด ทั้งในแง่ของมูลค่าและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
7-Eleven แบรนด์ร้านสะดวกซื้อที่มีชื่อเสียงระดับโลกนั้น ได้ถูกนำเข้ามาในญี่ปุ่นครั้งแรกจากสหรัฐอเมริกาในปี 1974 โดยมาซาโตชิ อิโตะ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยวัย 98 ปี ปัจจุบัน 7-Eleven มีสาขาอยู่ทั่วโลก และยังมีฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย
ข้อเสนอเทคโอเวอร์ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นตกต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นตัดสินใจเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมหรือดอกเบี้ย ดังนั้น ข้อตกลงนี้จึงถือเป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญในการแสวงหาโอกาสในการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียของบริษัทต่างชาติ
ปัจจุบัน มูลค่าตลาดของ Seven & i อยู่ที่ประมาณ 4.6 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 180,000 ล้านบาท หาก Alimentation Couche-Tard สามารถซื้อกิจการทั้งหมดของ Seven & i ได้สำเร็จ ข้อตกลงนี้จะถือเป็นการซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทญี่ปุ่นโดยบริษัทต่างชาติ โดยคาดว่าจะต้องใช้เงินอย่างน้อย 5 ล้านล้านเยนเพื่อทำข้อตกลงนี้ให้สำเร็จ
การรายงานข่าวจาก Nikkei Business Daily ได้ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Seven & i เพิ่มขึ้นอย่างมากถึงเกือบ 23% ทำให้มูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5.6 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Alimentation Couche-Tard ตั้งเป้าที่จะขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย โดยเล็งเห็นโอกาสในเครือข่ายร้านสะดวกซื้อของ Seven & i ซึ่งมีสาขามากกว่า 85,000 แห่งในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก การขยายตัวนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ Alimentation Couche-Tard ในตลาดต่างประเทศ ซึ่ง Seven & i ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีความสามารถในการขยายธุรกิจระดับโลก จากการเข้าซื้อกิจการ Speedway ในสหรัฐฯ เมื่อปี 2564
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ Seven & i กำลังพิจารณาข้อเสนอจาก Alimentation Couche-Tard ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมองค์กรและวิธีการดำเนินธุรกิจของทั้งสองบริษัท ซึ่งอาจทำให้การเจรจาเป็นเรื่องที่ท้าทาย นอกจากนี้ Seven & i ยังมีแนวทางที่มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการเฉพาะของตลาดญี่ปุ่น เช่น การนำเสนออาหารญี่ปุ่นแบบซื้อกลับบ้าน ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของบริษัท