NVIDIA แตกพาร์ การเปลี่ยนแปลงที่นักลงทุนควรรู้

การแตกพาร์คืออะไร?
– การแตกพาร์ (Stock Split) คือการที่บริษัทตัดสินใจแบ่งราคาหุ้นออกเป็นหุ้นที่มีราคาน้อยลงแต่จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มสภาพคล่องของการซื้อขาย ซึ่งการแตกพาร์นี้จะใช้กระบวนการทางบัญชี(หลังบ้าน)
เพื่อปรับราคา Par ต่อหุ้นให้ลดลง แต่มีจำนวนหุ้นมากขึ้น
ในทางหลักการ การแตกพาร์จะไม่สงผลต่องบการเงินทั้งงบดุลและงบกำไรขาดทุนใดใดของกิจการเลย เพราะทั้งความมั่งคั่งและผลประกอบการจะไม่เกี่ยวกับราคา Par ของหุ้น เพียงแต่ทุกรายการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับส่วนของผู้ถือหุ้น จะถูกแบ่งมูลค่าไปให้กับจำนวนหุ้นที่มากขึ้นเท่านั้นเอง
แต่สุดท้าย กำไรต่อหุ้น EPS หรือแม้แต่ผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับก็จะมีค่าในสัดส่วนของหุ้นเดิม

– สรุปแล้วมันเกิดผลกระทบต่อราคาหุ้นอย่างไร???
ในหน้างบจะไม่เปลี่ยนแปลง
ในราคาในกระดานซื้อขาย นักลงทุนจะพบว่า
ราคาหุ้นต่อหุ้นจะลดลงตามอัตราการแตกพาร์
แต่จำนวนหุ้นในมือคุณจะเพิ่มขึ้น
ทำให้มูลค่ารวมไม่เปลี่ยนแปลง

– ยกตัวอย่างเช่น
เมื่อวันที่ศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2567 บริษัท NVIDIA (NVDA) ได้ทำการแตกพาร์ 10 ต่อ 1
หมายความว่า หากคุณมีหุ้น NVDA 1 หุ้นก่อนการแตกพาร์ ราคาหุ้นอาจอยู่ที่ประมาณ $1,200
หลังการแตกพาร์คุณจะมีหุ้น 10 หุ้น โดยราคาหุ้นละ $120

แล้วเค้าแตกพาร์เพื่ออะไร???
1. เพื่อเพิ่มความสามารถในการซื้อ: ราคาหุ้นที่ถูกลงทำให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าซื้อหุ้นได้ง่ายขึ้น
2.เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง: การมีจำนวนหุ้นมากขึ้นช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาด ทำให้การซื้อขายหุ้นทำได้ง่ายขึ้น
3. เพื่อการรับรู้ทางบวก: นักลงทุนมักมองว่าการแตกพาร์เป็นสัญญาณบวกของบริษัทที่มีการเติบโต

– แต่ช้าก่อน นักลงทุน
การแตกพาร์ก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน ดังนี้
1. เมื่อมีการแตกพาร์จะเกิดการรับรู้ผิดพลาด: นักลงทุนบางคนอาจเข้าใจผิดว่าการแตกพาร์ทำให้มูลค่าของบริษัทเพิ่มขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วมูลค่าบริษัทไม่ได้เปลี่ยนแปลง
2. มีความผันผวนในช่วงของการแตกพาร์ : การแตกพาร์อาจทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวนมากขึ้นในช่วงแรกของการแตกพาร์

– สิ่งที่นักลงทุนควรรู้
การแตกพาร์ไม่ได้ทำให้มูลค่าบริษัทเปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิค
ควรศึกษาข้อมูลและเหตุผลของการแตกพาร์ในแต่ละกรณีเพื่อทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง

สรุป >>>>
การแตกพาร์เป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่บริษัทใช้เพื่อลดราคาหุ้นต่อหุ้น ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงหุ้นได้ง่ายขึ้น และเพิ่มสภาพคล่องในตลาด แม้จะมีข้อดีและข้อเสียที่ต้องพิจารณา แต่การแตกพาร์ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมูลค่ารวมของการลงทุนของนักลงทุน หากคุณเข้าใจการแตกพาร์อย่างถูกต้อง การลงทุนของนักลงทุนก็จะเป็นไปอย่างมั่นใจมากขึ้น