BTS ปรับโครงสร้างการถือหุ้น รับเทนเดอร์หุ้น ROCTEC-RABBIT
บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ได้ประกาศแผนปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม โดยมุ่งเน้นการเสริมสภาพคล่องและขยายการลงทุนที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น หนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือการอนุมัติให้ บมจ. วีจีไอ (VGI) ออก
และเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 8,805 ล้านหุ้น ในราคา 1.5 บาทต่อหุ้น ซึ่งราคานี้มีส่วนลด 4.63% ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของ BTS ใน VGI ลดลงจาก 61.13% เหลือ 34.23% โดยหุ้นที่ออกใหม่จะถูกเสนอขายให้กับ 4 กองทุนใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ VGI มีทุนเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
เมื่อเช้านี้ BTS มีการแจ้งตลาดเกี่ยวกับการเพิ่มทุน VGI 8,805 ล้านหุ้น ที่ราคา 1.5 บาท/หุ้น โดยวิธี Private Placelment (PP) ให้แก่
1) กองทุน CAI Optimum Fund VCC จำนวน 2,900 ล้านหุ้น
2) กองทุน Si Suk Alley Limited ราว 2,805.48 ล้านหุ้น
3) กองทุน Opus-Chartered Issuances S.A. จำนวน 2,200 ล้านหุ้น
4) กองทุน Asean Bounty (จำนวน 900 ล้านหุ้น)
อีกด้านหนึ่ง BTS ได้อนุมัติการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขสำหรับหุ้นของบริษัท ร็อคเทค โกลบอล (ROCTEC) และ บมจ. แรบบิท โฮลดิ้งส์ (RABBIT) โดยในส่วนของ ROCTEC มีการทำเทนเดอร์ 6,716,524,538 หุ้น ในราคา 1 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 6,716 ล้านบาท ในขณะที่หุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของ RABBIT จำนวน 5,481,004,623 หุ้น ถูกเสนอซื้อในราคา 0.60 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่า 8,154 ล้านบาท
บอร์ด BTS ยังได้อนุมัติการเพิ่มทุนด้วยการเสนอขายหุ้นใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) จำนวน 2,926 ล้านหุ้น ในอัตราส่วน 4.5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคา 4.50 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 17-24 ตุลาคม 2567 รายได้จากการเพิ่มทุนครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ในการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์หุ้นของ ROCTEC และ RABBIT
ส่วนนักลงทุนแบบเรายังจับตาดูทิศทางของตลาดอย่างใกล้ชิด จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้น อาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นและทิศทางของบริษัท ควรติดตามการเสนอขายหุ้น RO และการเปลี่ยนแปลงในบริษัทย่อยเหล่านี้เพื่อประเมินทิศทางการลงทุนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด