เหล็กจีนบุกไทย! กระทบ มิลล์คอน บูรพา หยุดกิจการชั่วคราว

ปัจจุบันสินค้าจากจีนเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดไทยอย่างหนัก อย่างเช่นในกรณีของกลุ่มเหล็กจีน ไม่เพียงแต่เข้ามายึดตลาดไทยอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีการลงทุนตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทยด้วยกำลังการผลิตที่สูงมาก

 ทำให้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมเหล็กของไทย และสร้างความท้าทายให้กับผู้ผลิตในประเทศ
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา บริษัท มิลล์คอน บูรพา จำกัด สาขาระยอง ได้ประกาศสำคัญ ลงนามโดยนายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ แจ้งให้ทราบถึงการหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว เนื่องจากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันจากธุรกิจเหล็กต่างชาติที่เข้ามาดำเนินงานในประเทศไทย ส่งผลให้บริษัทฯ ประสบกับการขาดสภาพคล่อง และจำเป็นต้องปรับแผนทางการเงินและการดำเนินงานเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ประกาศฉบับนี้ระบุว่า บริษัทฯ จะหยุดดำเนินงานบางส่วนทั้งในโรงงานและสำนักงานเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยมีรายละเอียดดังนี้:
1. การหยุดดำเนินกิจการจะมีผลตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2567 ถึงวันที่ 13 กันยายน 2567
2. พนักงานในสายการผลิตและงานสนับสนุนที่ไม่ได้รับมอบหมายให้มาปฏิบัติงานในช่วงเวลานี้ จะไม่ต้องเข้ามาทำงาน ส่วนพนักงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานในช่วงเวลานี้ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ขึ้นไป
3. สำหรับงานบริหารและงานสำนักงาน ที่มีความจำเป็นต้องดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ขึ้นไป
4. ในช่วงเวลาที่หยุดดำเนินกิจการ พนักงานจะได้รับค่าจ้างดังนี้:
– พนักงานที่มาทำงานจะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน 100% ของค่าจ้างปกติ รวมถึงวันหยุดตามปกติและวันหยุดประเพณี ส่วนวันไม่ได้มาทำงานจะได้รับ 75% ของค่าจ้าง
– พนักงานที่ไม่ได้รับมอบหมายให้มาทำงานจะได้รับค่าจ้าง 75% ของค่าจ้างปกติ
5. พนักงานที่ได้รับมอบหมายให้มาปฏิบัติงานแต่ไม่เข้าทำงานตามที่กำหนด จะต้องลาตามระเบียบบริษัท
6. พนักงานทุกคนต้องติดตามข่าวสารจากบริษัทและเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานทันทีที่ได้รับแจ้งหรือเมื่อบริษัทฯ ยกเลิกการหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว หากมีการฝ่าฝืนอาจถูกลงโทษถึงขั้นเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย
7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยน แก้ไข หรือยกเลิกข้อกำหนดต่าง ๆ รวมถึงระยะเวลาการหยุดดำเนินกิจการตามที่เห็นสมควร
โดยประกาศฉบับนี้เป็นความพยายามของบริษัทฯ ในการรักษาสภาพคล่องและดำเนินธุรกิจต่อไปในสถานการณ์ที่ท้าทายนี้