Apple ทุ่ม 6 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ย้ายฐานผลิต iPhone กลับบ้าน

Apple ทุ่ม 6 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันจากทรัมป์ให้ย้ายฐานผลิต iPhone กลับบ้าน

7 สิงหาคม 2568 – สถานการณ์ระหว่าง Apple และทำเนียบขาวกำลังถูกจับตามองหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความต้องการชัดเจนว่าอยากเห็นการผลิต iPhone กลับมาที่สหรัฐฯ ขณะที่ ทิม คุก CEO Apple เลือกตอบสนองด้วยการประกาศ แผนลงทุนมูลค่า 600,000 ล้านดอลลาร์ ภายใน 4 ปี เพื่อเสริมภาพลักษณ์การสนับสนุนการผลิตในประเทศ แม้ยังไม่ยืนยันการประกอบ iPhone ในสหรัฐฯ เต็มรูปแบบก็ตาม

📌การลงทุนที่เป็นมากกว่า “คำมั่นใจ”
การประกาศนี้เกิดขึ้นที่ทำเนียบขาว โดยทิม คุกชี้ว่า ชิ้นส่วนสำคัญมูลค่าสูงของ iPhone เช่น กระจกหน้าจอ และ เซนเซอร์สแกนใบหน้า ผลิตในสหรัฐฯ อยู่แล้วผ่านความร่วมมือกับซัพพลายเออร์มายาวนาน ส่วนขั้นตอนประกอบขั้นสุดท้าย แม้สำคัญ แต่เป็นเพียงส่วนเล็กของกระบวนการผลิตทั้งหมด

ทรัมป์ตอบรับเชิงบวก พร้อมกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการออกมาตรการจูงใจให้ Apple ย้ายฐานประกอบกลับมาสหรัฐฯ ในอนาคต

📌”หลีกเลี่ยงภาษี และเลี่ยงความขัดแย้ง”
นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการเดินเกมของ Apple เพื่อบรรเทาการโจมตีเรื่องภาษีจากรัฐบาลทรัมป์ โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์ประกาศว่าจะเก็บภาษีชิป ซึ่งอาจทำให้ราคาชิปพุ่งขึ้นถึงสองเท่า แต่ Apple ได้รับการยกเว้น เนื่องจากมีการลงทุนและผลิตชิ้นส่วนในสหรัฐฯ

📌”แผน American Manufacturing Program”
โครงการนี้มีเป้าหมาย กระตุ้นการผลิตชิ้นส่วนในสหรัฐฯ และเสริมทักษะให้ซัพพลายเออร์ในประเทศ โดย Apple จะเพิ่มคำสั่งซื้อจากผู้ผลิตภายใน

นอกจากนี้ Apple จะเป็นลูกค้าหลักของโรงงาน TSMC ในรัฐแอริโซนา ลงทุนในโรงงาน Amkor เพื่อบรรจุและทดสอบชิป รวมถึงขยายศูนย์ข้อมูลด้าน AI ใน นอร์ทแคโรไลนา ไอโอวา เนวาดา และโอเรกอน

แม้หุ้นพันธมิตรปรับขึ้น แต่ JPMorgan เตือนว่าผลกระทบต่อรายได้รวมของโลกอาจไม่มากนัก

📌ตัวเลขลงทุนแผนใหม่หรือต่อเนื่อง?
Apple เพิ่มเป้าการลงทุนในสหรัฐฯ จาก 125,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เป็น 150,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งสูงกว่าตอนปี 2018 (ราว 70,000 ล้านดอลลาร์) สมัยรัฐบาลทรัมป์รอบแรก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังต่ำกว่างบรวมทั่วโลกของ Apple ในปีงบ 2567 ที่ใช้ไป 275,000 ล้านดอลลาร์ (ต้นทุนสินค้า 210,000 ล้าน, ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 57,500 ล้าน, CapEx 9,450 ล้านดอลลาร์)

นักวิเคราะห์จาก Wedbush มองว่า การประกาศครั้งนี้คือ “ต้นทุนของการทำธุรกิจ” และห่างไกลจากการผลิต iPhone ทั้งหมดในสหรัฐฯ ที่คาดว่าต้นทุนอาจสูงจนราคาขายทะลุ 3,500 ดอลลาร์ ต่อเครื่อง

แม้ยังไม่ใช่การตอบสนองเต็มรูปแบบต่อข้อเรียกร้องของทรัมป์ แต่แผนลงทุน 600,000 ล้านดอลลาร์นี้ช่วยให้ Apple แสดงบทบาทเชิงบวกต่อการผลิตในประเทศ ขณะเดียวกันก็รักษาเสถียรภาพธุรกิจและความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ เอาไว้ได้อย่างชาญฉลาด