Company Visit (CV) BBIK : Bluebik Group Public Company Limited
Company Visit (CV) BBIK : Bluebik Group Public Company Limited
ชวนสัมผัสประสบการณ์เยี่ยมชมบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาด้านกลุยทธ์ และการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง
🎯 End-to-end Digital Transformation Consulting
– โดดเด่นด้าน Innovation
– BBIK มี Market Share 2.8% เทียบกับ Accenture ที่ 50% > ยังมี Room For Growth อีกมาก
Group บริษัทเป็น 4 กลุ่มคือ :
1. Consulting Services
– ที่ปรึกษาด้านการวาง Strategy
– Strategic PMO (Project Management Office) คือหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการบริหารโครงการขนาดใหญ่ขององค์กร ซึ่งอาจมีหลายโครงการย่อย ๆ อีกหลายโครงการประกอบรวมอยู่ด้วยกัน
– PMO ที่ดีคือ สามารถควบคุมกิจกรรมในโครงการให้ดำเนินไปอย่างมีมาตรฐาน สามารถระบุความเสี่ยงที่อาจทำให้โครงการไม่เป็นไปตามแผนและสามารถปิดจุดเสี่ยงนั้นได้ทันท่วงที
– Digital Excellence and Delivery (DX) (บริการคำปรึกษาด้านไอทีแบบครบวงจร)
– Big Data and Advanced Analytic (ให้บริการโซลูชันครบวงจรด้าน Big Data และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงตั้งแต่ระดับกลยุทธ์ไปจนถึงการนำไปใช้จริง)
– IT Augment Service (บริการด้านทรัพยากรบุคคลชั่วคราวที่มีความเชี่ยวชาญด้านไอที )
– Cyber Security / Penetration test เข้าไปสืบสวนสอบสวน
– Strategic PMO เช่นงานเปลี่ยน Core Banking
ทำงาน เทียบเท่า Global Firm
2.Digital Platform > implement คล้าย SI
– ระบบ ERP เช่น SAP , Dynamic
– LISMA > เอา SAP มาใช้บนมือถือ
– Digital HR Platform
– CRM (Salesforce)
– Creden Data
3.Joint Venture
– Orbit Digital ( x OR) ถือ 60% / Phase ต่อไป คือ Build Asset มา Turn เป็น Product ไปขาย
– Data Monitization
– Sauce Skill + The Standard ถือ 40% > เน้น Corporate Training
เช่น สอนเรื่อง Cyber Security, Communication in Crisis, Public Speaking
– ECOx > Carbon Accounting + BE8 ถือ 50%
4.International Business
– India, UK
– Global office Vietnam
————————————————
📊 Financial Highlights
– 1H24 Economic Slow Down ทำให้ได้ต่ำกว่าเป้า ( Project Delay )
– Revenue เพิ่มได้ 17% แต่น้อยกว่าคาด
– NP ลดลง 14% มี One Time หลายเรื่อง > Cost และ Expense ที่เพิ่มขึ้น
Q2 ขายงานได้ดีเกินคาด
– Secure Backlog ได้ ATH
– Total Backlog 1,377ล้าน +43% QoQ แบ่งเป็น 905 ล้านจาก Core Business ( รับรู้ปี 2024 506 ล้าน ) +JV 472 ล้าน (รับรู้ปี 2024 : 330 ล้าน )
– งานที่รับเป็นของปีหน้าแล้ว
– Recurring 50% ( Maintenance + มาจาก JV)
– สัดส่วนรายได้ที่เป็น Recurring 50%
– ปีนี้มี JV เพิ่ม ปีหน้ามีอีก 1 บริษัท
– งานที่ดูน้อยลง เพราะเป็นงาน Integrate รายได้เลยไปลงอีกส่วน
– งบภาครัฐกระทบเยอะ ถึงเราไม่ได้รับงานภาครัฐโดยตรง แต่ก็มีส่วนกระทบบ้าง
ปกติ เช่น ธนาคาร ที่เดิม ลงทุนเยอะ ก็ Scope เล็กลง
– จะไปทาง Traditional Investment น้อยลง ไปทาง Digital มากขึ้น
– GP ดูลดลง เพราะ ต้องถอดตัวงานที่เป็น Secondment ลง
– Direct Cost บางส่วน > ทำงานไปเยอะกว่า
– 1H มีคนที่ Under Utilize
– ค่าเงิน ( จ่ายเป็น USD + ค่า License ) 452m (63.8%)
– ERP and CRM 178m (25.1%)
– AI 36m (5.1%)
– สัดส่วนรายได้ 708 ล้าน (1H24) แบ่งเป็น
Digital Excellence and Delivery (DX)
– Long term ที่กระทบ Gpm
– การขาย License. Gpm ต่ำกว่างาน Service
Npm เดิม 23% > 16%
– ส่วนนึง เสียภาษีเพิ่ม คือเรา Declare เป็น Startup พอรายได้ส่วนนั้นเกิน 30 ล้าน จะไม่ได้สิทธิลดภาษี ( 4 ล้าน )
– แต่ปีนี้จะไม่มีแล้ว คือได้สิทธิ์ Boi แทน
– ได้ key Man Cco coo มาใหม่ เป็น Investment
หนี้ไม่เยอะ
————————————————
📈 Outlook
– 1H กระทบจากสถานการณ์ ภายนอก (1 Time Expense) คิดว่า 2H ดีขึ้น
ต่อไปจะเน้น เช่น Vulcan เดิม Utilize อาจจะ 50
– เป้าหมายอยากได้ที่ 70% (หรือ 60%)
– จะมี Gap ที่ต้อง Maintain อยู่
– ปกติเราจะไม่ Outsource งานออกไป
– ตอนนี้เศรษฐกิจยังไม่ดี แต่เริ่มมี Indicator บางอย่างที่ดีขึ้น > Government Spending ที่ดีขึ้น
– ดอกเบี้ยอาจจะลง
ภาพน่าจะดูดีขึ้น
– ได้งานเรื่องลงทะเบียน Digital Wallet
-ไปแก้ระบบที่มีอยู่แล้ว
– แทบจะเป็นเราเจ้าเดียวที่ทำได้
– รายได้มาจาก Private Sector
📉 Outlook Y2024
– Full year tax benefit
– Synergistic integration
– In organic growth from subsidiaries
– Global market expansion
– Sustain momentum of core service
————————————————
🙋♂️Q&A
Q : Boi
A : ปีนี้จริงๆลดได้เยอะ แล้ว เป้าคือเหลือ 5% (2H) ค่อยๆลงมาเรื่อยๆ
Q : เราไปช่วยแก้ Pain Point ลูกค้าในมุมไหนบ้าง
A : งาน Digital Transformation
ตลาด Globalize มากขึ้น โลก Shift ไป Globalization มากขึ้นเราไปช่วยตรงนั้น
อีกส่วนคือ การแข่งกับคู่แข่งด้วย Benchmark กับ Global Firm แต่ตั้งราคาถูกว่า ต้องสร้าง Perceive ว่าอยู่กับเราได้ประโยชน์สูงสุด
ที่ปรึกษาในเรื่อง AI
Q : คุณ Boat มองว่า BBIK จะโต Organic เราจะหา คนอย่างไร
A : เรามี Ejib มี Option ให้
การให้ซื้อหุ้นในตลาด แล้วบริษัทสมทบ 50%
สร้าง Incentive Alignment ในระยะยาว
คนเก่งที่อยู่กับเรา เพราะเห็น Growth Opportunity
ทั้งในเชิงการได้เรียนรู้
Q : ขยายไป Vietnam พอเทียบให้ฟังกับ FPT ได้ไหม
A : คนละธุรกิจกัน เขาเป็น Outsource
เขาเก็บส่วนต่าง > เขาเป็นคนที่ Reskill มา
ใหญ่กว่านั้นคือ India
Consulting Firm เช่น Accenture เขาไม่ได้ใช้คนเยอะ
ดูว่า Trend อะไรจะมา แล้วไป Capture ก่อน
เราเดินตามรอยนี้
งานเราคือ เอาเรื่องใหม่ไปให้ความรู้ลูกค้า
Backlog เวลาเข้ามา อาจจะมีเหลื่อม Q ได้
Q : ค่าเงิน กระทบเยอะไหม
A : ไม่ได้ Hedge ไว้เลย
จะมีบางงานที่รับเป็น USD
Q : Innoviz ปีนี้รายได้ 90% ไหม
A : เรา Condo 100% แต่รายได้ไม่ 100%
ต้นปีตั้งเป้าโต 50% > 1H ได้จริง 17%
ปีหน้าเป้า 20%
Q : Orbit JV กับ OR หลังๆ เขาเอาหลายตัวออกไป / มีความเสี่ยงไหม
A : เราบอกไม่ได้ ว่า Orbit จะทำแบบไหน
แต่เรามีแผนลวงหน้า
เดิม Or ใช้ Vendor ข้างนอก > เช่น ระบบสมาชิกไม่ได้
แต่มีแผนระยะยาว 3 ปีอยุ่ ในมุมการทำงาน ใกล้ชิดและเข้มข้น
Q : Accenture จะมาบุกเราไหม
A : มีโอกาส ไม่รู้เมื่อไหร่
มีบริษัทมาขอ JV 8 บริษัทในรอบ 2 ปี
Q : ตลาดรวม Consulting โตไหม
A : ดี
เราใช้ Effort ส่วนนึงไป Optimize กำไร เช่น REV + 30 NP ต้อง+ มากกว่า 30%
เป้าคือ กำไรเติบโต
Q : งานต่างประเทศ ต้องวาง Proposal แล้ว เราสนใจประเทศไหนเพิ่มไหม
A : เน้นใน SEA
เราเก่งเรื่อง Banking / Cashless
ทำให้เกิด Innovation เยอะ ประเทศอื่นก็เห็นและอยากให้ถ่ายทอดให้
เราจะ Focus ในส่วนนี้
Size Project ที่คุยอยู่ Bidding เป็นหลัก 100 > แต่ไม่ใช่ว่าจะได้ทั้งหมด
Q : รายได้ส่วนใหญ่มาจาก Dx เราจะเน้นเรื่องมาจาก MC (Management Consulting) มากขึ้นไหม
A : เราปรับไปแล้ว รอบนึง
ในเชิง Present ไม่อยากให้ใหญ่เกินไป อาจจะไปแยก DX ออกมาย่อยๆ
แต่ละเอียดมาก คู่แข่งก็จะรู้
Q : มีงานส่วน MC มั้ย (Management Consulting)
A : มีแยกออกมาแล้ว
Q : มีหน่วยงาน Research แยกเหมือน Accenture ไหม
A : มี แต่ละ BU จะมีแยก
Q : Valcan กับ BBIK รวมกัน หรือยังแยกกัน
A : บางส่วนยังแยกกันอยู่
ค่อนข้าง Happy ดี ระบบยัง Smooth
มีความร่วมมือที่ดีมาก
Q : PM (Project Manager) เรามีกี่คน
A : 1 คนต่อ Project
ในทุก BU มี PM
ของ PMO มี 40คน
รวมทั้งหมด เกือบๆ 100 คน
Q : อายุเฉลี่ยเท่าไหร่
A : ไม่ทราบตอนนี้ แต่ปกติของ Service Company อายุจะไม่เยอะ
ถ้า Average ทั้งบริษัทน่าจะ 30 +/-
Q : ปีนี้ตลาดโตขึ้น หรือ เรากินคนอื่น
A : มองว่าเราไปกิน Market Share คนอื่นมากกว่า
เรา Service ลูกค้าขนาดใหญ่
Q : ลูกค้าเป็นลูกค้าเก่าไหม
A : เป็นเก่าเกือบหมด
แต่ละงานก็สูงกันในเชิง Expertise / Idea / ราคา
Brand เราแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ > Gap น้อยลงเรื่อยๆ
Q : ปีหน้าจะมี อะไร
A : Virtual Banking
สมัคร 5 ออกมา 3 License
ยังไม่มีใครตกลงเลือก เราเลือกได้ 1 เจ้า
ส่วน Core / Non Core / fraud
เราไม่ได้ทำ Core เราทำ PMO
ระบบ Api Management / Loan
ตลาด Bank ดั้งเดิม กำลัง Replace Core
เราไม่ได้ทำ Core
พอเค้าทำเสร็จ จะไปเป็นส่วนหน้าบ้านต่อ
ซึ่งเราจะได้ประโยชน์
บางเจ้า Replace เลย
บางเจ้าเสร็จบาง Phase
Ai Implement ต้นทุนลดลง > Feasible มากขึ้น จะเป็น Theme ที่น่าสนใจ
Digital Channel มีอีกหลานส่วนเช่น B2B
ตลาดต่างประเทศ > หลายที่มองเราเป็นต้นแบบ
งานรัฐบาล เริ่มมีการพูดคุย
Q : งานมีทั้ง Consult / Implement เราบริหาร Conflict อย่างไร
A : เราให้เลือกจบตั้งแต่แรก เลนไม่มี Conflict
สิ่งที่เรา Prefer คืองาน Integrate คือทำตั้งแต่ต้นจนจบ
งานแบบนี้คือ ลูกค้าทำเพื่อความได้เปรียบ คือ Speed + เป็นความลับ
Q : GPM มีมุมมองยังให้ Improve
A : ถ้าถอด Secondment ออก > บางครั้งทำไม่ได้ แต่เราได้กำไรที่ Bottom Line นะ
ในระยะยาว 5x% น่าจะทำได้ อาจจะหย่อน 55 นิดหน่อย
วิธีการคือ
1.งาน Consult เรารู้ก่อน เรามีการทำ Research ทำให้ Charge Premium ได้
2.ป้องกันเรื่อง Cost Overrun / Fx Loss
Q : ถ้า Secondmant เข้ามา ทำให้ความสามารถกำไรเราลดลงมั้ย เพราะ เรา Take Share แค่ 50%
และถ้างานเยอะ เราไปทำ กับ Partner เยอะ แปลว่ากำไรลด
A : มันจะเป็นแบบนั้น
พยายามลดเรื่อง Secondment ลง
Q : อย่าง Orbit JV กับ OR จริงๆไม่ควรทำ ไหม
A : ถ้าวันนั้น ไม่มี Orbit แล้วเราขายงานได้เยอะ ก็น่าจะดี แต่ไม่มีใครรู้ เป็นเรื่องที่ต้อง Trade Off
Q : อย่างที่ผ่านมามีหลายบริษัทอยากมาร่วมกับเรา ถ้าเราไป JV กลายเป็น ต้องแบ่ง Talent ไป Share Profit ออกไป
A : ทุกอันมีข้อดี ข้อดีของ JV คือค่าใช้จ่ายน้อย Urate จะดีกว่า แผนระบบจะแม่นยำกว่า
ถ้าเราไม่ทำ คนอื่นทำ ก็เสียประโยชน์
Q : ธุรกิจเรา จาก Top Line หลัก 100 ตอนนี้ไป 1,000 ถ้าเกินกว่านี้ จะทำให้ GP จะ Maintain ไม่ได้ไหม
A : ยังไม่มี Idea ตรงนี้
Project ใหญ่ขึ้นไม่ใช่ GP จะลด
คู่แข่งเรา Rev ใหญ่กว่า 10 เท่า GP ก็ไม่กระทบ
อย่างตอนนี้เรารับ Project Size 300 ล้าน
บางบริษัททำ Project 1,000 ล้าน ได้ GP ไม่ Drop
สิ่งที่จะกระทบน่าจะคือ SGA
คือใหญ่จะได้ Scale
Q : จะดูว่า BBIK แข็งแกร่งขึ้น ดูจากตรงไหน
A : เราไป Replace งาน Global Firm
Win Rate ดีขึ้น
Q : เรามีตั้งงบ M&A ไหม
A : ไม่มี ตั้งไว้ มันไม่ได้ได้มาง่ายๆ คนขายก็อยากขายราคาดีๆ
Q : การเติบโตต่างประเทศ มองว่าจะเป็นส่วนไหน
A : เป้า 10-15% ของรายได้รวม ดูจาก Pipeline ก็น่าจะทำได้
เป้าระยะยาว อาจจะ 50% คือเราอยากไปเป็น Global Company
มีคนที่เวียดนาม + อินเดีย ประมาณ 100
เป็น Local เป็นหลัก มีคนไทยช่วย
Expert ส่วนใหญ่ อยู่ในไทย
Q : ที่มาของรายได้ เป็น Seasonal ไหม
A : มีลูกค้า Exclusive บ้าง คือ ถ้าทำให้เจ้านี้ ก็จะไม่ทำให้ลูกค้าแบบเดียวกัน
Bank ไม่ได้มี Exclusivity แต่เป็นธรรมเนียม