Company Visit (CV) MOSHI : Moshi Moshi Retail Corporation Public Company Limited

Company Visit (CV) MOSHI : Moshi Moshi Retail Corporation Public Company Limited

ชวนสัมผัสประสบการณ์เยี่ยมชมบริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าที่ตอบสนองต่อลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม (สินค้าไลฟ์สไตล์) ภายใต้ชื่อทางการค้า “Moshi Moshi”

ผู้ให้ข้อมูลหลัก
– คุณสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
– คุณศุภรดา โรจน์วัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน
ภาพรวมบริษัท

Moshi เริ่มจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 มุ่งเน้นการมอบความสุขผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีการออกแบบยอดเยี่ยม บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และการพัฒนาบุคลากร พร้อมทั้งรักษาความร่วมมือที่ยั่งยืน

🎯การวางตำแหน่งทางกลยุทธ์
Moshi มุ่งสร้างความแตกต่างผ่าน :
1. คุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในหมวดเครื่องเขียน
2. การกำหนดราคาที่แข่งขันได้
3. มุ่งเน้นการออกแบบที่น่ารักและดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่
4. ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกว่า 30 ปี

หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์และกลุ่มเป้าหมาย
Moshi นำเสนอผลิตภัณฑ์ 13 หมวดหมู่ รวมถึงเครื่องเขียน ผลิตภัณฑ์ความงาม และอุปกรณ์ไอที เป็นต้น

📍กลุ่มเป้าหมาย:
1. หลัก: อายุ 18-25 ปี (นักศึกษามหาวิทยาลัย พนักงานออฟฟิศ)
2. รอง: อายุ 13-17 ปี (นักเรียน) และ 26-34 ปี (พนักงานออฟฟิศ แม่บ้าน)

ณ ไตรมาสที่ 2 ปี 2567
– 145 สาขา Moshi
– 3 สาขา Garlic
– 1 สาขา Giant
– ร้านค้า OK Station
สาขาเหล่านี้ครอบคลุม 57 จังหวัด
ณ สิ้นเดือน สิงหาคม บริษัทขยายการดำเนินงานครอบคลุม 60 จังหวัด โดย 35% ของสาขาอยู่ในกรุงเทพฯ และ 65% อยู่ในจังหวัดอื่นๆ

————————————————

📊ผลการดำเนินงานทางการเงิน (ไตรมาสที่ 2 ปี 2567)
– รายได้: 636.54 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7.5% เทียบกับปีก่อน)
– กำไรขั้นต้น: 337.78 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 10.3% เทียบกับปีก่อน)
– อัตรากำไรขั้นต้น: 53.1% (เพิ่มขึ้นจาก 51.7%)
– EBITDA: 206.45 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7.5% เทียบกับปีก่อน)
– กำไรสุทธิ: 81.21 ล้านบาท (ลดลง 3.6% เทียบกับปีก่อน)

สัดส่วนรายได้ :
– ค้าปลีก: 81.8% (520 ล้านบาท)
– ค้าส่ง: 17% (108.16 ล้านบาท)
– อื่นๆ (อีคอมเมิร์ซ): 1.2% (7.43 ล้านบาท)

📈แนวโน้มธุรกิจ 2024
1. ขยายสาขาให้ครอบคลุม 60 จังหวัด
2. มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์
3. เพิ่มประสบการณ์ลูกค้าและการรับรู้แบรนด์
4. สร้างความร่วมมือกับศิลปินไทยและต่างประเทศ
5. นำกระบวนการ Lean มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน

————————————————

✨สภาพการแข่งขัน
คุณสง่าและทีมงาน ได้ทำการวิจัยตลาดในประเทศจีน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพื่อประเมินคู่แข่งที่อาจเข้ามาบุกตลาดไทย โดยเฉพาะ KKV (รู้จักในชื่อ Oh! Some ในอินโดนีเซีย) ข้อสังเกตที่สำคัญ

•เน้นผลิตภัณฑ์ Personal Care & Cosmetic ประมาณ 20% ของสินค้า ซึ่ง Local Player ในตลาดนี้ของอินโดนีเซีย ไม่ได้แข็งแรงเท่ากับตลาดการแข่งขันในไทย
•สินค้าประเภท Food ประมาณ 20% ของ Product Mix ซึ่งทางเราไม่ได้ Focus ใน Category นี้
•สินค้าประเภท TOYs ประมาณ 20% เน้น Target กลุ่มลูกค้าที่มีอายุมากกว่ากลุ่มลูกค้า Toys ของเรา เช่น Lego ซึ่งราคาสูงกว่า Toys ทั่วไป
•น้ำหอมและก้านหอม มีการออกแบบที่เน้นไปทางกลุ่มลูกค้าคนทำงาน ในขณะที่เราเน้นไปที่ Younger Generation และราคาที่จับต้องได้
•สินค้าประเภท Stationary เป็นสินค้าจีน แบบซื้อมาขายไปเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะมีความเสี่ยงในเรื่องการถูกลอกเลียนแบบ เพราะสินค้าประเภทนี้สามารถ Track ถึงผู้ผลิตได้ง่ายจากฉลากที่ติดด้านหลังผลิตภัณฑ์ จากการทำธุรกิจตรงนี้มากว่า 30 ปี เราพัฒนาสินค้เพื่อต่อยอด เพิ่มสินค้ากลุ่ม Brand และลดสัดส่วนการนำเข้า สินค้า จำพวกปากกาจากจีน
•รูปแบบร้านขนาดใหญ่กว่า (600-1200 ตร.ม.) เมื่อเทียบกับ Moshi
•ราคาสินค้าสูงกว่า Moshi แต่ ใกล้เคียงกับ Miniso
•กลุ่มเป้าหมายและจุดเน้นของผลิตภัณฑ์แตกต่างจาก Moshi และคิดว่าลูกค้าไทยยังคงให้ความสำคัญเรื่อง Price Sensitivity
•Malaysia ร้านเพิ่งเปิดตัว มีสินค้าประมาณ 45% ที่ใกล้กับเรา
•มองว่าตลาดการแข่งขันในมาเลเซียสูงกว่า Indonesia มีร้าน 20 เยอะ Price Sensitive สูง
•ราคาสินค้าถูกว่าที่ Singapore
•Product Mix ค่อนข้างผสมผสาน
•กลุ่มขนมเยอะมาก แต่เท่าที่ผมทราบกลุ่มขนม Margin ไม่ได้ดีมากแต่จะสามารถ Draw คนเข้าร้านได้ต้องดูการมาของคู่แข่ง ทั้งเรื่อง GP และค่าเช่าของเค้า รวมถึงการตั้งราคาของเค้า เค้าจะยอมลดราคา 20-30% ไหม
•สำหรับเรามีการปรับราคาบ้างและทุกครั้งที่ปรับสามารถเพิ่มยอดขายได้ ได้ เช่น 79> 65 เพิ่มยอดขายจาก 2,000 เป็น 3,000 ชิ้นได้โดยจากการเก็บข้อมูล GP ยังอยู่ในระดับที่รับได้

ผู้บริหารเชื่อว่าแม้จะมีการทับซ้อนบางส่วน แต่จุดแข็งของ Moshi ในบางหมวดหมู่ และกลยุทธ์ด้านราคาและคุณภาพ ทำให้บริษัทมีความพร้อมในการแข่งขันในตลาดไทย โดยบริษัทยังคงเฝ้าระวังผู้เล่นรายใหม่ในตลาดและพร้อมปรับกลยุทธ์ด้าน ผลิตภัณฑ์และราคาตามความจำเป็น เพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยยังคงสามารถรักษา GPM ไว้ได้ในระดับที่พอใจ

————————————————

📍สรุป KKV
– ต้องดู Long Term
ดูว่าเค้ามาแล้วจะเป็นอย่างไร
เขามีขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จากหลายประเทศ > อาหารและขนม Margin ไม่ดีเท่าไหร่ แต่เป็นกลยุทธ์ Draw ลูกค้าได้

– สมมติถ้าคนไทยชอบ
เราอาจจะพิจารณาทำเป็นลักษณะ Moshi town คือพื้นที่ใหญ่ ขายของหลากหลายก็เป็นไปได้
เราศึกษา Bestselling Item จากแต่ละแหล่ง มารวมกัน
เราลงราบละเอียดทุกสินค้า พอสมควร

🙋🏼‍♂️Q&A

Q : MOSHI ทราบมั้ยว่า Indonesia And Malaysia เขาไปแบบไหน
A : ไม่เป็นทางการ จะเป็น Franchise ที Indonesia / Malaysia เป็น JV

Q : คู่แข่งเทียบแล้ว หลายจุดเราทำได้ดีกว่า เรามองว่าเรา Advance กว่าเค้า > คิดจะไปบุกเขาไหม
A : ตลาดต่างประเทศ เราศึกษา Target 2 ประเทศ > เราจะไปแบบ JV เลยใช้เวลาในการศึกษา
ประเทศที่เราไปดู เราเห็นโอกาสอยู่ เราไม่ได้กังวล เราไปดูเพื่อให้สามารถแยกได้ว่า แต่ละอย่างเราสู้ได้มั้ย ปรับเข้ากับเราได้ไหม
ยกตัวอย่าง กลุ่ม Food GP น้อยมากๆ ทำราคาแทบไม่ได้เลย
สิ่งที่เราเห็น คือ ที่ Malaysia เปิดไป 1 สาขา
ไปในทางเดียวกับ อินโดนีเซีย
วางของชนิดเดียวกันให้ดูเยอะๆ

Q : Standalone เป็นอย่างไร IRR เท่าไหร่
A : ถ้าช่วงปิดเทอม Performance ธรรมดา / เปิดเทอม ขายดี เป็นไปตาม Guideline ว่า Break ใน 4 เดือน ของระดับ Shop ส่วน Capex น้อยกว่า สาขาอื่นประมาณ 20%
โดยภาพรวม ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับ Hyper Market อยู่ > ไม่ได้กังวล
ทุกสาขาเข้าเป้าตามที่เราวางแผนไว้ ตอนนี้แผนเปิดอีก 2 รวมเป็น 5
เป้าหมายคือ Location ที่นักศึกษามากกว่า 15,000 คน > มีอีก 30-40 ที่

Q : Event ลงทุน 60 ล้านคาดหวังอย่างไร
A : ลงทุน 50/50
แผนยังไม่เป็นไปตามเป้า
แต่ Merchandise ทำได้ดี > Margin ดี
เรามีแผนขยายเป็น 5 เดือน เพื่อให้ไปถึงช่วงวันเด็ก
จะขยายเวลาออกไป 2 เดือน > เข้าช่วง High Season
ผลน่าจะเสมอตัวหรือบวกนิดหน่อย หรือขาดทุนนิดหน่อย

Q : ผู้ใหญ่ 590 เด็ก 390 จะลดราคาไหม
A : เราเปรียบเทียบกับหลายๆ Brand
Hello Kitty ความนิยมอันดับต้นๆแล้ว
คิดว่า ถ้าเสียนิดหน่อย ถ้าได้ จะได้เยอะ

Q : เราไปดูที่สาขา Bigc มาเห็น Product Kitty เยอะขึ้น
A : เป็นการประชาสัมพัทธ์ เราขายบัตรทาง Online

Q : ธุรกิจของ Moshi น่าจะโตในไทยได้ แล้วต่างประเทศ
A : มองเรื่อง JV ไว้ ซึ่งใช้เวลานานในการศึกษา

Q : Franchise
A : ไม่ได้ ปิดกั้น แต่จากที่ทดลองเรามองว่าเราทำเองกำไรดีกว่า เราค่อยๆไปคุยกับ เจ้าของสถานที่

Q : Break even 4 เดือน
A : Payback 2-3 ปี ดูที่ ระดับ Shop Profit

Q : ที่ KKV ได้ดูงบเขาไหม
A : ไม่เป็นบริษัทในตลาด มีการศึกษาอย่าละเอียอด แต่เขามีงบถึง 31/10/2023

Q : การขยายสาขาบวก ให้ 16-20 ล้านต่อปี สมมติ 200 สาขา เราคิดว่า ยอดขายต่อสาขาเป็นเท่าไหร่
A : Revenue Per Store อยากให้มองดูที่ Np ต่อสาขาด้วย
ตอนแรก เราขยายเกรด A ก่อน > สาขาใหม่ จะลงเป็นเป็น เกรด ไม่ใช่ AB ทำให้ ยอดขายต่อสาขาลดลง
แต่สาขาใหม่ที่เปิด ก็ยังคุม SGA ได้ดี ในหลายจังหวัดถึงไม่ใช่ A แต่ดีมากๆ เช่น ยะลา

Q : ความสามารถในการแข่งขัน
A : เราพยายามหาสินค้าใหม่หมุนเวียนมาเติมขึ้นเรื่อยๆ

Q : การที่ KKV เปลี่ยนชื่อในอินโด
A : ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเกิดอะไรขึ้ แจ้งแค่เปลี่ยน Brand

KKV งบขาดทุนเพิ่งมาเริ่มกำไร โดนเรื่อง Impairment ด้วย+ Convertible Bond
KKV มี 4 Brand
The Colorist X11 KKV KK Guan
รวม 720 สาขา ข้อมูลตาม Filing

Q : Warehouse ของเรา รองรับการขยายสาขาได้กี่สาขา
A : ตอนแรกคิดว่าได้ Rev3,000 ล้าน
พอปลายปีที่แล้ว เราปรับวิธีการบริหารจัดการสินค้า ขาเข้า ขาออก + เช่าคลังเพิ่ม
ปีนี้จึงยังไม่ขยายคลัง > เลื่อนเป็นปีหน้า

Q : สินค้า Shortage
A : Supplier ส่งสินค้าไม่ตรงเวลา ให้เหตุผลว่า พนักงานกลับไปช่วงตรุษจีนแล้ว ไม่กลับมา
เกิดขึ้นกับหลายเจ้า > 2-3 โรงงานพร้อมๆกัน
ในอนาคตเรา จะเริ่มกระจาย Vendor ออกไป ไม่กระจุกเหมือนเดิม

ฝ่ายบริหารเข้าไป ดูมากขึ้น + ระบบ SAP ดูเรื่อง supply chain > เพิ่มค่าใช้จ่ายไม่เยอะ
ที่กังวลคือช่วงสิ้นปี ซึ่งจะสั่งของมารอก่อน

Q : มอง TEMU อย่างไร
A : เราเอาสินค้า 400 รายการ มาเทียบ
ของเค้าถ้าซื้อถึง 390 บาทส่งฟรี
ของเราแพงกว่า 200 กว่ารายการ
ถูกกว่า 100 รายการ โดยประมาณ
กลุ่ม License ไม่กระทบ
สินค้า Local ไม่กระทบ
เครื่องหอมไม่กระทบ
กลุ่มที่กระทบ เราไม่รู้คุณภาพเค้า
Ticket Size เรา 160 บาท การซื้อของให้ครบ 390 บาท ใช้เวลานาน

ถ้าเทียบกับ Shopee ก็มีสินค้าพวกนี้อยู่แล้ว เค้ามีค่าส่งประมาณ 29-40 บาท
เราคิดว่า TEMU ไม่ได้กระทบเราเลย
ถ้ารวมค่าส่ง สินค้าเรา 90% ถูกกว่า

Q : Mr. DIY
A : ทุกครั้งที่มีรายใหม่เข้ามาเราดู sssg
เช่น ปราจีน
The Market หัวหิน > เดือน 1-3 sssg เป็นบวก มาตกเดือน 4-5 ตอนของช๊อต / เดือน 6 ดีขึ้น / เดือน 7 ลบนิดๆ เดือน 8 เป็นบวก
ตรัง เค้าเปิด 31/6 > เดือน 7 – 8 เราบวก
Terminal พัทยา เดือน 4-5 ลบ / เค้าเปิด 15 เดือน 4 เดือน 5-8 sssg ดี
พบว่า ไม่ได้มีผลกระทบกับเราเลย
เค้าจะเน้นของใช้ในบ้าน ราคาถูก

การทำลิขสิทธิ์ต้อง Build / ทำ Presentation / Timing ที่ดี >

Q : ช่วงหลังๆ ของ Miniso ราคาแพงขึ้น > Collection ใหม่ๆ เพราะอะไร
A : เขาแพงขึ้นจริงๆ เพราะจีนปรับรูปแบบใหม่ > คือเค้าพัฒนา Product ให้ด้วย แล้วคิดแพงขึ้น
เราต้องพิจารณาดู > อย่างกลุ่มห้างเกรด A อาจจะดี แต่ที่อื่นอาจจะยาก
เรื่อง Price Sensitive มีผลมาก

Q : Franchise / ของ Standalone เข้าใจว่าเราเอา Location Grade A ถ้ามีสาขาไหนที่ทำเลดีมากๆ แล้วต้อง Offer Francise ไหม
A : เราศึกษาหลาย Model ทั้งที่คิดว่าดี กับกลางๆ ถ้ามีที่ทำเลดี เรา Offer Profit Sharing เขาโอเค ก็ไปได้

Q : ช่วงหลังๆ Brand อื่นๆ เริ่มขาย Franchise เช่น Kuma แบบนี้เค้าไปแย่ง Location ดีๆ ไปหมดไหม
A : อย่างร้าน 20 บาท โตเร็ว เลิกเร็ว
Kuma เราเคยคุยอยู่ เค้าเป็นแบบซื้อมาขายไป

Q : เห็น Product Moshi เริ่มมีสินค้าราคาสูงขึ้น Average Per Bill ดีขึ้นไหม
A : ก้านหอมขายดีมาก
กล่องสุ่ม GP จะดีไม่เท่ากับ Product ตามปกติ แต่อยู่ในระดับที่ไม่ได้ต่างกันมาก

Q : มอง Gp ในอนาคตอย่างไร
A : มองเรื่อง House Brand หรือ x ศิลปิน จะทำให้ได้ GP มากขึ้น
Gp ประมาณ ตอนนี้น่าจะ Maintain ได้อยู่

Q : sssg q2 -8.5 Q3 บวกนิดๆ
เป้าทั้งปี จะเท่าไหร่ มีกลยุทธ์อย่างไร
A : Ytd ลงมาที่ Low Single Digit แล้ว
มองทั้งปีที่ 1-2%
มีแผนออกสินค้าใหม่ๆ
การเปลี่ยน Furniture จัด Layout ใหม่ ช่วยได้
ปีหน้ามอง sssg ประมาณ 2%

Q : X ศิลปินขายดีมาก จะทำเยอะๆไหม
A : จะพยายามหาแบบนี้มาเรื่อยๆ

Q : SGA 2H จะเป็นอย่างไร
A : 1H ที่สูงจากการ Shortage + ขยาย 11 สาขาใน Q2
Admin ยัง Maintain
ใน 2H คิดว่าจะ Improve จากปีที่แล้ว

Q : sssg ที่โต จาก Volume หรือราคา
Npm 15% แปลว่าราคาเราลดได้ไม่เกิน 15% มั้ย
A : โครงสร้างเราไม่ได้ Fix ทุกตัว บางตัวขายถูกเพื่อ Draw ลูกค้า
สินค้าบางตัวลดราคาแต่กลับยอดขายเพิ่ม
บางตัว ขายมากกำไรน้อย

ตัว sssg มาจาก Volume มากกว่า
ทำการตลาดปกติ ไม่ได้ลดราคาเลย

Q : ภาพรวมของสินค้า หลังๆ ทำกลุ่ม IP มากขึ้น > มองว่าไม่ได้ทำง่าย
เมื่อเทียบกับ miniso > ภาพเราวางแผนยังไง
A : ทำ IP มากขึ้นแล้ว แต่ Margin ไม่ได้ลดลง
( สินค้าลิขสิทธิ์)
ถ้าทำ IP มากๆ หากเราผูกกับเจ้าไหนมากเกินไป อาจจะมีปัญหาเรื่องการต่อรองได้
Kitty ขายดีคือ ขาวแดง ชมพู พอทำสีฟ้า ขายไม่ได้เลย > ยากที่จะขายสินค้า IP เดิมๆไปเรื่อยๆ
ต้องปรับ Product ไปเรื่อยๆ

Q : ถ้า IP เยอะ Character เราจะดูอ่อนแรงลง
A : เราเองก็พยายามพัฒนา Character ของเราเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
กลุ่ม IP รายได้เป็น 13%

Q : ภาพรวม เป้าขยายสาขาอย่างไร งบลงทุนเท่าไหร่
A : 150-200 ตรม. ประมาณ 3 ล้าน + Inventory 3 ล้าน
เรา Projection แบบ Conservative
ขยายไม่น้อยกว่า 30 สาขาต่อปี

Q : สินค้าถ้าจะไปขายต่างประเทศ จะส่งจากจีนไปเลยหรือมาไทยก่อน
A : ของจีนส่งจากจีนไปเลย
Pricing ต่างไปตามแต่ละประเทศ
ต้องดูเรื่องโครงสร้างค่าเช่าด้วย

Q : อัตราส่วน SGA ของแต่ละสาขา
A : เกรด A Npm ก็จะสูงกว่า
แต่ไม่ได้เหวี่ยงมากขนาดนั้น Range ต่างกันไม่เกิน 10%

Q : ถ้ามองไปอีก 3 ปีคิดว่าสัดส่วน Standalone จะเป็นเท่าไหร่
A : น่าจะไปเท่าๆ กัน ห้างเกรด A ก็ยังมีขยายอยู่
ล่าสุดก็ Eastville > ได้ราคาที่ดี
การเปิดในห้างก็ไม่ได้ง่ายเลย เงื่อนไขเยอะ

Q : งบลบทุน Warehouse ปีหน้า
A : ประมาณ 50 ล้าน ได้อีก 2-3 ปี

Q : ตัวขายส่ง
A : ไม่ขยายเพิ่มแล้ว เป็นกลุ่มลูกค้าเดิม พยายาม Maintain ไว้

Q : ร้าน เป็น Fix / Share GP อย่างไร
A : ส่วนใหญ่เป็น Fix > ส่วนใหญ่ % GP จะไม่ใช่เกรด A > จริงๆเป็น GP ดีกว่า

Q : ยอดขายต่อสาขา พอเราไปเป็น B C มากขึ้น มองว่า REV ต่อสาขาลดลงไหม
A : ต้องดูที่ขนาดด้วย

Q : ในแง่กำลังซื้อ เทียบกับก่อนโควิดเป็นอย่างไร
A : อีสาน กลาง ดูแผ่ว
ภาคอื่นๆ ยิ่งตามจังหวัดท่องเที่ยว ยังดีอยู่
คู่แข่งเราส่วนใหญ่อยู่ในห้าง

Q : แผน Garlic
A : มองคล้าย Standalone เราลอง Model จุดที่ได้คือ ที่ Traffic ดี / จุดนักท่องเที่ยว
แต่ไปที่อื่นกลับไม่ได้ดี > ตลาดกลาง
เลยต้องปรับ Model ใหม่ก่อน >
Garlic ราคาพื้นที่ ไม่ได้ดีเหมือน Moshi

Q : ยอดขายต่อสาขา Mr DIY พอๆกับเราเลย เราจะขยายได้เยอะๆแบบเขาไหม
A : เรามีแนวคิด วิธีการอีกหลายอย่าง กำลังดูอยู่
เช่น Model Select ของ Fashion ไปขาย ก็เป็นไปได้
เช่น เรา Work กับ7-11 มา 1-2 ปีแล้ว เป็น Shop In Shop กำลังดู Model อยู่ 20 สาขา กำลังขอขยายเพิ่มอยู่
และมี อีก 5 Sku จะขยายไป 6,000 สาขา
12 กันยา เริ่ม 6,000 สาขา
ส่วน Model อื่นอยู่ในช่วง Testing เริ่มไปแล้ว 20 สาขา และจะขยายเป็น 50 สาขา

ถ้า KKV เล่น Model Burn เงินก็น่าจะสู้ได้
เขาเองเพิ่งเพิ่มทุนมา ก็ยังไม่น่าจะแข็งแรงเท่าไหร่
10M GP 47% Selling 30% Admin 22% > ยังขาดทุน
Revenue Growth 52% YoY ส่วนนึงจากปรับเป็น Francise
กำไร 1.8b