Company Visit (CV) PHG : PATRANGSIT HEALTHCARE GROUP PUBLIC COMPANY LIMITED

ชวนสัมผัสประสบการณ์เยี่ยมชมบริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่ให้บริการทางการแพทย์ทั่วไปและเฉพาะทาง ภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลแพทย์รังสิต” ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนกว่า 38 ปีพร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบริการทางการแพทย์ทั่วไปและเฉพาะทางกว่า 20 สาขา ที่พร้อมให้บริการดูแลรักษา และให้คำปรึกษาสำหรับผู้บริการในทุกๆ กลุ่ม

เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2529 ( 38 ปี ) เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก ในจังหวัดปทุมธานี
– ครอบครัวแย้มสอาด ครอบครัวตระกูลช่าง และครอบครัวฮันตระกูลเป็น ผู้ก่อตั้ง
– ประกอบไปด้วยโรงพยาบาลแพทย์รังสิต 1(ประกันสังคม) 155 เตียง / 30 ห้อง OPD , โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 59 เตียง / 29 ห้อง OPD , โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต 56 เตียง / 15 ห้อง OPD
– รวมมี ห้อง OPD 74 ห้อง / IPD 270 เตียง แพทย์ Full Time 63 คน Part Time 428 คน

————————————————

– สัดส่วนรายได้ (โดยประมาณ) Self-Pay 53% SSO (ประกันสังคมตามมาตรา 33 , 39) 34% อื่นๆเช่น บัตรทอง ข้าราชการ 12%
– 18 Medical Center /โดยมีโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็ก / ศูนย์ Neuphroblogy รวมถึงศูนย์ Cathlab ที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง และเป็นศูนย์หัวใจระดับ 1 ของสปสช.เขต 4

————————————————

– IPD Occupancy Rate (FY20 / FY21 / FY22 / FY23 ) 61.96% / 80.08% / 85.92% / 86.41% ( เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง )
(1Q23 – 1Q24) 82.25% – 77.39%
– OPD Occupancy Rate (FY20 / FY21 / FY22 / FY23 ) 48.27% / 46.97% / 59.28% / 64.75% ( เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง )
(1Q23 – 1Q24) 60.47% – 68.09%
– SSO Insurers ( สัดส่วนจำนวนคนไข้ประกันสังคมของ PHG ต่อ คนไข้ประกันสังคมของจังหวัดปทุมธานี (FY20 / FY21 / FY22 / 1Q24 ) 22.5% / 22.1% / 24.5% / 26.9% / 27.4%
– คนไข้ประกันสังคมเฉลี่ยในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2024 155,489 คน
– จำนวนคนไข้ผ่าตัดหัวใจแบบเปิด : คน (FY20 / FY21 / FY22 / FY23) 174 / 128 / 119 / 178
(1Q23 – 1Q24) 35 – 53 (+51%)
– จำนวนคนไข้ Cathlab (ฉีดสีสวนหลอดเลือดหัวใจ) : คน (FY20 / FY21 / FY22 / FY23) 2,805 / 2,722 / 3,018 / 3,406
(1Q23 – 1Q24) 817 – 958 (+17%)
– OR Cases FY22 – FY23 4,664 – 5,666
(1Q23 – 1Q24) 1,308 – 1,574
– Total Revenue ( Normalize – ตัดรายได้ Covid ออก ) MBaht (FY20 / FY21 / FY22 / 9M22 / FY23) : 1,535 / 1,511 / 1,732 / 2,120
(1Q23 – 1Q24) 479 – 567 (+18.4%)
– Revenue – Cash Insurance & Contract
– OPD Per visit (Baht) (FY20 / FY21 / FY22 / FY23) : 1,318 / 1,194 / 1,124 / 1,540
(1Q23 – 1Q24) 1,418 – 1,331
– IPD Per Admission (Baht) (FY20 / FY21 / FY22 / FY23) : 36,392 / 35,429 / 37,143 / 38,490
(1Q23 – 1Q24) 39,606 – 44,073
***ราคา IPD/OPD ที่เพิ่มขึ้นแปลว่า PHG สามารถเพิ่ม value อื่นๆขึ้นได้ เช่น การที่สามารถรักษาโรคยาก โรคซับซ้อนได้มากขั้น
– Revenue ประกันสังคม (SSO) (Million Baht) (FY20 / FY21 / FY22 / FY23) : 549 / 460 / 563 / 754
(1Q23 – 1Q24) 159 – 197
รายได้อื่นๆ เช่น
– รายได้เพิ่มจากกรณีคนไข้ประกันสังคม IPD ที่รักษาโรคยาก โรคซับซ้อน > เบิก 10,000-12,000 บาท / Rw
– รายได้ สปสช. เคส Cathlab + emergency > บิก ประมาณ 9,500 บาท /Rw
– รายได้ ODS หรือ 1 day surgery >9,800 บาท /RW )
– รายได้ภาระเสี่ยง 26 โรคเรื้อรัง รวมถึงรายได้นอกเหนือเหมาจ่ายกรณีมีการใช้อุปรณ์การแพทย์พิเศษ
(FY21 / FY22 / FY23):273 / 225 / 242
(1Q23 – 1Q24) 66 / 71
– รายได้ SSO ที่เพิ่มเกิดจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มและการปรับราคาขึ้นเป็น 1,808 บาท/หัว(Y2022)
Normalized Net Profit (Million Baht) (FY20 / FY21 / FY22 / FY23) 103 / 152 / 163 / 256
(1Q23 – 1Q24) 45 – 67
NPM (FY21 / FY22 / FY23) 10.1% – 9.4% – 12.1%
(1Q23 – 1Q24) 8.5% – 11.7%

————————————————

ศูนย์ HIFU :
– เพิ่งเปิดในช่วงปลายปี 2023 เป็นการรักษาด้วยคลื่นความถี่สูง ให้บริการรักษาเนื้องอกในมดลูก ผ่านการใช้คลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูงเฉพาะจุดซึ่งจะทำให้เนื้องอกเกิดความร้อนสูง และเซลล์บริเวณนั้นตาย หลังจากนั้นร่างกายจะจัดการกับเซลล์ที่ตาย โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายจากอวัยวะข้างเคียง เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ไม่ต้องการผ่าตัด หรือผู้มีบุตรยากจากการตรวจพบเนื้องอกในมดลูก
– เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกในประเทศไทยที่นำเครื่อง HIFU มารักษาโรคเนื้องอกทางนรีเวชกรรม เราได้ exclusive มาจากจีนซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีนี้
– ปกติการรักษาเนื้องอกในมดลูกชนิดไม่ร้ายแรงจะมี 3 วิธี คือ
1.ผ่าตัดเปิด
2.ผ่าแผลเล็ก 3 จุด หรือ Laparoscopic
3.HIFU
– ค่าบริการประมาณครั้งละประมาณ 150,000 บาท ราคาเครื่อง 20ล้าน+
– มีลูกค้าที่ Refer มาจาก SAFE คือคนที่อยากมีลูกแต่มีปัญหาด้านนี้
– ในต่างประเทศนิยมใช้เทคโนโลยีนี้เช่น จีน ฮ่องกง
– EBIT Margin 25% ( หักค่าแพทย์แล้ว )
– กำลังทำเรื่องให้พิจารณา ต่อไปอาจจะเบิกประกันสังคมได้
– ตอนนี้มีลูกค้า ประมาณเกือบๆ 10 เคสต่อเดือน ทั้งนี้บริษัทมีการตั้ง Target อยู่ที่ 15 เคสต่อเดือน
ศูนย์ล้างไต เดือนละ 5,000 cycle ( outsource )

————————————————

เพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ :
ทำ AACi > จะสามารถทำให้รับลูกค้าต่างชาติที่มีประกันได้
– มีการไปออกบูท และทำการตลาด ที่เขมรเพื่อสร้างการรับรู้
– ไปเปิดคลีนิคเล็กๆที่ซอยนานา เพื่อรับคนไข้โดยเฉพาะคนไข้อาหรับเข้ามาที่ PHG
– เดิมสัดส่วนไม่ถึง 5%
IPD Q1/24 drop เล็กน้อยที่แม่และเด็ก
– สัดส่วนผู้ประกันตน 27.4% > ปีนี้ไม่รับเพิ่ม
ปีหน้าได้คุยแล้ว จะเพิ่มเป็น 1700,000 คน ระหว่างที่อาคารใหม่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ

————————————————

Future Plan
– แผนเปิดตึกใหม่ 1 ใน Q2/25 ประกอบไปด้วย แผนกมะเร็ง แผนกฟัน แผนก Storke War / Self-Pay / อาคารจอดรถ ศูนย์ MRI Center,ศูนย์รังสีรักษา และศูนย์ไต
ส่วนเพิ่มจากปัจจุบัน : จำนวนเตียง 270 -> 300 OPD Rooms 74 -> 86 Dialysis 63 Units – > 130 Units จำนวนลูกค้า SSO 156,000 – > 176,000 จำนวนช่องจอดรถ 180 Slots -> 400 Slots
– เป้าหมาย Y2025 Revenue 2,600M NPM 10-12%
– Key Driver Revenue เพิ่มความหลากหลายในการรักษา รวมถึงการเพิ่มความซับซ้อนของโรคในการรักษา / เพิ่มช่องทางการหาคนไข้เพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มคนไข้ segment ใหม่ๆ เช่น คนไข้ต่างชาติโดยเฉพาะในกลุ่มของ CLMV/ เพิ่ม Value ให้คนไข้ด้วย Package & Promotion Program / เพิ่ม Facility / นำระบบ Technology – IT มาใช้ / เพิ่มProductivity
– PHG เก่งในแผนกหัวใจ โดยเป็นศูนย์ส่งต่อจากโรงพยาบาลอื่นๆ และสิทธิต่างๆ
– เก่งแผนก Ortho ซึ่งเป็น แผนกที่ถือว่ามีแพทย์เกือบครบทุก sub-specialty
– เก่งเรื่องแผนกเด็ก เด็กจะเต็มตลอดโดยเฉพาะ Q3 จะมีซาๆช่วงสงกรานต์ ถ้าเต็มมากก็สามารถขยายไปนอนที่ PHG2 ได้
– เงินจาก IPO 1,134ล้านบาท นำไปสร้างตึก Mixed use building และ Patient building งบลงทุน 600-650 ล้านบาท ( ตึก 1 ) ตึก 2 200+ล้านบาท
– ยังมี หนี้อยู่ 90 ล้านบาท จำทยอยชำระคืนให้หมดภายใน 1H/24
– CAPEX ในการสร้างตึกใหม่ Y23 / Y24 / Y25 / Y26 : 100 / 280 / 200 / 200 ( ตึกใหม่ 1 เสร็จ Q2/25 ถ้าไม่ติดอะไรก็จะสร้างตึก 2 ต่อ )
– แผนเริ่มก่อสร้าง Delay จาก Q2/23 เพราะมีการปรับแบบ เพิ่มเตียง
– ค่าเสื่อมตึกใหม่ 2 อาคารรวมกันโดยประมาณ 8 ล้านต่อไตรมาส หรือ ประมาณ 30 กว่าล้านบาทต่อปี ( ค่าเสื่อมอาคารตัด 30 ปี เครื่องมือแพทย์ 8-10 ปี เครื่องฉายแสง 12-15 ปี )
– เป้า Revenue from cash จาก 53% > เปิดตึกใหม่อยากได้ 60%
อื่นๆ = ล้างไต กองทุนเงินทดแทน

————————————————

1Q24 Revenue Breakdown :
– Cash&Insurrance 53% – SSO 35% – Others 12%
ในเชิงจำนวน Visit
– Cash&Insurrance 23% – SSO 60% – Co-pay หรือ สิทธิร่วม 17%
ประกันสังคม visit เยอะ แต่ rev น้อย
Self pay แผนกที่ทำรายได้เยอะ :
– แผนกเด็ก 27.9%
– อายุรกรรม 25%
– กระดูกและข้อ 16.3%
– สูตินารีเวช 10.3%
สัดส่วนรายได้จาก SSO :
– Fixed Revenue 28.6%
– Cathlab 26.2%
– Adj Rw (รายได้ DRG) 15.7%
– รายได้จาก 26 โรคยาก 13%
7 ห้องผ่าตัด 4 phg1 / 3 phg2
– มี OR case เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา > พยายามรองรับโรคยากขึ้น
– ผ่าตัดกระเพาะเป็น Service ที่ High Billing High Margin
– จำนวนแพทย์ 490 คน Full Time 62 คน Part Time 428 คน
– OPD Per Bill ลลงจากเดิมเล็กน้อยเนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นเพราะยอดขาย Package Promotion ช่วง Q1 จะมี Drop ไปบ้าง
จะเหวี่ยงเยอะเป็นปกติ Q2 ดีขึ้น
– ประกันสังคม ปีที่แล้ว 153,000 คน
Business update

__________________________________________

Q&A:
Q : ตึกใหม่ที่จะสร้าง มี IRR กี่%
A : Payback Period ประมาณ 6 ปี ( ทั้ง 2 ตึก )

Q : ถ้าเพิ่ม Cap แล้ว 2025 จะประหยัดค่าส่งต่อเท่าไหร่
A : ตอนนี้เสีย 2x ล้าน
พอเปิดศูนย์ MRI จะหายไป > แต่จะมี Depreciation เพิ่มเข้ามา 34 ล้าน ( Q ละ 8.5 )
ค่าเสื่อมเครื่อง คิด 10-15 ปี
ค่าสร้างตึก 500 ล้าน
เครื่องมือแพทย์ 200 ล้าน ( เบื้องต้น )
Expense 25 ล้าน

Q : ใน MDA ไม่แสดงกลุ่มลูกค้าทั่วไปอื่นๆ
A : กระจายเข้าไปในกลุ่มลูกค้าค่าทั่วไปตามสัญญา เช่นกองทุนเงินทดแทน

Q : ปี 66 รายได้ต่อคน ลดลง แต่เห็นจำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น
A : Rev หลักคือ Self Pay
ต่อให้รายได้ต่อหัวลดลง > รายได้เดิม fix (1,808) แต่ถ้าเคสยากจะได้เงินเพิ่ม

Q : Urate ค่อนข้างเต็ม จะเพิ่ม REV อย่างไร
A : เพิ่มเคสยาก Margin สูง Self Pay ( High Billing และ High Margin )

Q : เอาเคสยากๆมาอย่างไร
A : หลักๆจากแพทย์เช่นหาแพทย์ใหม่มาเติม หรือเพิ่ม การ Spin Case จาก Case ปัจจุบัน เพื่อทำหัตถการมากขึ้น
มีระบบ Agency ด้วย ( Local ) มาจาก Website บ้าง
ส่วนมากเป็น network แพทย์ที่ทำมา
แพทย์จะรู้ว่าส่งที่ไหน

Q : ขึ้นตึกใหม่ จะมีพนักงานเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน
A : ต้องเพิ่มส่วน Front > Patient Touch Point > น่าจะเพิ่มค่าใช้จ่ายพนักงานส่วน Front ประมาณ 10%
Capacity ตึกเดิมค่อนข้างแน่น

Q : รายได้อื่นๆคืออะไร
A : ค่าเช่าที่ด้านหน้า เป็นรายได้อื่นๆ 2-3 ล้าน
– มีการไปซื้อตราสารหนี้ mark to market 2-3 ล้าน
– เอกชน คู่สัญญา 1-3 ปี ไม่ได้เป็นสัญญายาว
ลด 10% ค่ายา ค่าห้อง ต่อบิล
– ค่า RW 64-65 จ่าย 12,000 > ปี 66 ลดบางส่วน 10,000 บาทสำหรับเคสที่เอกสารไม่พร้อม โดนไปประมาณ 1-2 ล้าน
จะกระทบ Q1/24 (ของปลายปี66) เป็นลูกค้าปี 65 มี Key เข้าระบบปี 66
– ปี 66 ก็จะมีอีก แต่ไม่รู้ว่าเท่าไหร่ > อาจจะโดน Q2 หรือ Q3

Q : มุมมอง อนาคตเรื่อง Adjust RW
A : Predict ยากมากขึ้นกับงบประมาณ

Q : International Patient จากที่ไหนบ้าง
A : CLMV Cambodia Myanmar > ต่ำกว่า 5% ของ Self Pay / Target 7%
คิดแพงกว่า Margin ดีกว่า แต่ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มด้วย

Q : การไปเชิญแพทย์มาทำให้ลูกค้าเพิ่ม
A : เริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
– BU ที่อยากเพิ่มคือ HIFU
ผ่ากระเพาะเพิ่มแพทย์เป็น 3 ท่าน
– ไม่กังวลเรื่อง Demand > ห่วงเรื่องหาหมอ
เพิ่ม รายได้จาก Case ยากมากขึ้น
Spin จาก OPD ไป IPD มากขึ้น

Q : เปิดตึกใหม่
A : ใช้ pricing เดิม
ไปเติม Capacity ที่ล้น
OPD +30%
IPD + 4-50%
Break Even 2-3 ปี > EBITDA
Doctor Fee > 22% ของ Total Revenue. > Stable มาตลอด
สมมติหมอดึงเคสมา จะได้ DF + ค่าคอม

Q : แผนการขยายโรงพยาบาลของ รพธนบุรี น่ากลัวไหม
A : ลูกค้า Self Pay น่าจะชนกัน > เค้า Tier บนกว่าเรา
สินแพทย์ก็จะเปิด > ราคาสูงกว่าเรา
ค่าCharge Entry Fee เรา 240 สินแพทย์ 300
มี Impact แต่ไม่โดยตรง
– Contact > Self Pay + สัญญาที่ทำกับ บริษัทต่างๆ

Q : Open heart / Cathlab
A : QoQ drop / YY โต
แพทย์ ผ่าตัดหัวใจ full time 1 ท่าน
Open Heart ผ่าตัดนาน Capacity ไม่ได้เต็ม
Cathlab 10 Case ต่อวัน ค่อนข้างแน่น

Q : Claim Rate ประกันสังคม
A : มีคนไข้วันละ 1,500-1,600 Visit
Average Bill 4,800 บาทต่อปี > ( 1,808 + On Top )

Q : ปีหน้าตึกใหม่จะเสร็จไหม
A : จะย้ายโรงพยาบาลออกไปบางส่วน เอา OPD ของตึกประกันสังคม บาง BU ออก เพื่อลด Traffic
จะเช่าหรือซื้อพื้นที่เพิ่มเติม ( ด้านนอก อยู่ระหว่างหา )
น่าจะ Q1 ปีหน้า / ตึกใหม่ Ward เป็น Self Pay และ OPD หลักๆรองรับคนไข้ Self-pay เป็นหลัก

Q : อะไรเป็นจุดเด่นให้คนใช้ ประกันสังคมเรา
A : เราเป็นตติยภูมิ มีหมอครบทุกสาขา / refer น้อย ทำให้ Patient journey ของคนไข้ไม่โดน Impact เยอะ
Facility โรง1 ปรับปรุงเรื่อยๆ / เทียบกับที่อื่นเราดีกว่า
รายงาน Complain มีแต่น้อย เป็นเรื่องไม่ Significant

Q : ศูนย์ที่จะเปิดเพิ่มมี progress อย่างไร
A : HIFU Target 8-10 case > ส่วนใหญ่ทำได้ > ราคาต่อเคสแพง
รักษาเนื้องอกได้
ศูนย์คีโม > ประกันสังคม > เดิมให้ไปทำที่อื่น
ต้องใช้เวลา Boost เพิ่ม ยังไม่ Hit Target สำหรับ Visit คนไข้ในส่วน Self-pay
แม่และเด็ก ( คลีนิคผู้มีบุตรยาก ) เริ่มจาก IUI ก่อน มีหมอ 1 คน / ยังไม่ Hit Target

Q : ลูกค้า IVF เค้าไป Standalone ดีกว่าไหม
A : ไม่ได้ Target เอกชน > เราเน้น Tier กลาง
ของเราเป็น 1 Stop Service > ขายเป็น Package + ฝากครรภ์, ทำคลอด
ราคาเริ่มต้น > ถูกกว่าในเมือง แต่เราต้องจ้าง Outsource ทำ Lab อาจจะมีเรื่อง Margin ที่ต้อง Compromise

Q : Stroke lab
A : อยากได้ 10-15 เคส / เดือน ตอนนี้ยังไม่ Hit Target
เรามีหมอนิวโรศัล Part Time

Q : โรงพยาบาลราชวิถีเป็นคู่แข่งไหม
A : เป็นรับ Emergency Case เป็นหลัก
เค้ายังไม่มีแผนขยายไป Treasury Care ในช่วง 1-2 ปีนี้

Q : หมอ Part Time เรา ไป Full Time ที่ไหน
A : ธรรมศาสตร์, ภูมิพล, มศว. / ภัทรธนบุรี หรือโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงพยาบาลแพทย์รังสิต

Q : คนไข้แม่และเด็ก เหมือนประกันจ่ายยากขึ้น
A : วันนี้คนไข้เรา เป็น Cash เยอะกว่าในส่วนของคนไข้แม่และเด็ก ประกันจ่ายยากขึ้น โดยเฉพาะ IPD ต้องให้แพทย์เขียน Order รวมถึง ICD ให้ละเอียด

Q : รู้สึกว่าจ่ายยากขึ้นเมื่อไหร่
A : หลังโควิดซักพักความยาก ยากขึ้นเรื่อยๆ (แล้วแต่บริษัทประกัน ) จ่ายยากขึ้นกรณีที่เป็น Simple Disease แต่มีการนอนนาน
Gp SSO 8-9%
Gp self pay ตึก1 10-15% > Bblend รวม SSO หัวใจ ไต / ตึก2 35+% Self Pay ล้วน + Hifu ผ่าตัดกระเพาะ

Q : ความคืบหน้าตึกใหม่
A : ตึกใหม่ยังไม่ได้ใบอนุญาตก่อสร้าง กำลังตามอยู่***
มีโอกาส delay***

Q : แผนการขึ้นราคา
A : ปรับล่าสุด ปี 65 / คิดว่า 68 จะปรับ 3-5% > เริ่มมกราสำหรับรายการที่เป็นค่าบริการพยาบาล ค่าบริการโรงพยาบาล
ค่ายาเวชภัณฑ์ปรับตามทุน

Q : รายได้จากภาครัฐ ประกันสังคม สปสช. อันไหนยากกว่า
A : คีย์เบิกไม่ยาก หักไม่เยอะ ที่ยากคือตอนจ่ายเงิน
สปสช.ไม่ค่อย delay
ปกสช ชอบ delay
การจ่าย เร็วช้า แล้วแต่ Revenue Type
– Fix Revenue จ่าย 75% ทุกเดือน ที่เหลือไปจ่ายปลายปี
เราไม่รู้ว่าเค้าจ่ายใคร ก่อนหลัง
– การรับรู้รายได้ รับทั้ง 1808 * 150,000 / 12 ทุกเดือน
– Opd self pay ปี 66 มี 2,000 visit / day * 30%
แม่และเด็ก 200 โรง2 400

– Q1 Q3 Q4 Q2 seasonal > กรณีถ้าเรียงตาม volume การเข้ารับบริการและรายได้ Q3 (Highest), Q4, Q1, Q2 (Lowest)

– ปี66 ในช่วง Q4 ได้กำไรภาระเสี่ยง เพิ่มมา 30 ล้าน > จริงๆต้องถอดออก 30 ล้าน
ภาระเสี่ยงจริงๆรับรู้ทุกเดือน แต่ปลายปีเป็นเงินเบิ้ล ซึ่งตาดไม่ได้ ว่าจะได้เท่าไหร่
เนื่องจากประกันสังคมจะเอา data ของโรงพยาบางอื่นๆมาจัดลำดับ ว่าคนไข้ยากมีกี่คน และเอา Budget มากระจายให้แต่ละโรงพยาบาล

Q : คู่แข่ง Self Pay เราคือใคร
A : สินแพทย์ เปาโล รวมถึงโรงพยาบาลธรรมศาสตร์คลินิคพิเศษ

Q : คู่แข่งไหนที่น่ากลัวสุด
A : วิภาวดี เนื่องจากศักยภาพทางการแพทย์ค่อนข้างครบกว่าโรงพยาบาลเอกชนอื่นๆ