Company Visit (CV) SPREME : Supreme Distribution Public company limited
ชวนสัมผัสประสบการณ์เยี่ยมชมบริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ดำเนินธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร โดยเป็นผู้ออกแบบ จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในงานเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร (System Integrator)ทั้งอุปกรณ์เทคโนโลยี (Hardware) และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software) รวมถึงให้บริการดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซมระบบคอมพิวเตอร์ และการให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงภายใต้การทำงานกับทีมงานของบริษัทฯ ที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะ
– ภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
– ภาณุพงศ์ ขันธโมลีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
– นงลักษณ์ มุกดา ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน
: History
– 2536 > เริ่มธุรกิจนำเข้าขายส่ง เครื่องคอมพิวเตอร์สำเร็จยี่ห้อ Wearnes
– 2538 > นำเข้า และ ต่อมา 2539 ประกอบคอมเอง ยี่ห้อ DTK จากการที่รัฐบาลส่งเสริมเรื่องการสร้างมาตรฐาน ต่างๆ
– 2546 > บริษัทฯ มีส่วนร่วมจัดทำโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร 120,000 เครื่อง (Budget PC) ต่อมาเราเป็น SI ให้กับ ทางรัฐ และจัดหาครุภัณฑ์ให้โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐ
– 2553 > ขยายธุรกิจด้านระบบ Data Center
– 2556 > ได้รับงานโครงการ One Tablet Per Child (OTPC) 426,683 เครื่อง มูลค่า 1,170 ล้านบาท
————————————————
: BU
1. จำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเครือข่าย (ธุรกิจจำหน่ายและติดตั้ง) โดย
แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มคือ :
– ระบบเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐาน (Network Infrastructure)
– ระบบบริหารจัดการเครือข่าย (Network Management)
– ระบบศูนย์ควบคุมข้อมูล (Data center)
– คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง (Hardware and Peripheral)
– โปรแกรมซอฟต์แวร์ระบบ และซอฟต์แวร์ประยุกต์ (System and Application Software)
2. ให้บริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง (“ธุรกิจ MA”)> Recurring
งานบำรุงรักษาตามรอบระยะเวลา (PM) และงานแก้ไขปรับปรุง (CM)
3. ให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง (ธุรกิจให้เช่า)
ปัจจุบันมีศูนย์บริการ 3 ศูนย์ เชียงใหม่, สงขลา, นครสวรรค์
– ลูกค้า
ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาภาครัฐ > คู่สัญญาโดยตรง 30% เอกชน 70% > end user คือภาครัฐ
– จุดเด่น
ทำงานภาครัฐ มามากกว่า 20 ปี มีพันธมิตรหลากหลาย บริหารจัดการโครงการที่ดี มีบริการหลังการขายที่ดี มีฐานะทาง การเงินที่แข็งแกร่ง
————————————————
: กลยุทธ์การแข่งขัน
– บริการแบบ One Stop Service ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า เน้นการรักษาฐาน
– ลูกค้าเดิม / มองช่องทางขยายฐาน
– ลูกค้าใหม่ พันธมิตรกับคู่ค้ารายใหญ่ เช่น Microsoft, Apple, Lenovo, DELL, HP ราคาสามารถแข่งขันได้ สินค้ามีคุณภาพ
– สร้าง Brand Awareness
————————————————
: Financial Highlight Y2021 – Y2022 – Y2023
– Revenue 901.64 – 1,037.50 – 1,276.41
– GPM 23.21% – 21.43% – 23.15%
– ธุรกิจจำหน่ายและติดตั้ง 784.56 – 867.04 – 1,108.82
– ธุรกิจ MA 59.11 – 82.88 – 97.18
– ธุรกิจให้เช่า 27.52 – 75.57 – 50.34
– Net Profit 110.53 – 99.24 – 156.59
– NPM 12.26% – 9.57% – 12.27%
1Q23 – 1Q24
– Revenue 518.31 – 76.80
– GPM 21.84% – 32.29%
– ธุรกิจจำหน่ายและติดตั้ง 518.310 – 76.80 (-85.18%)
– ธุรกิจ MA 29.98 – 34.63 (+17.7%)
– ธุรกิจให้เช่า 12.67 – 16.84 (32.91%)
– Net Profit 79.12 – 20.49
– NPM 13.98% – 14.75%
Revenue ย้อนหลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีผลกระทบเรื่องโควิดมาก ในปี 2564 ก็ตาม
– 1Q24 ดูต่ำกว่า 1Q23 เพราะงบภาครัฐออกมาล่าช้ากว่าปกติงบภาครัฐสามารถเริ่มใช้ได้ในเดือน พฤษภาคม >> และคาดว่าจะเริ่ม บันทึกเป็นรายได้ในช่วง Q3 โดยที่เป้าหมายทั้งปียังคงเดิมที่ Revenue +15%
————————————————
: Q&A
Q : Q1 GP ดี เพราะอะไร
A : งาน Service มี GP ดี แต่อย่างไรก็ตามหากมองเป็นรายไตรมาสจะค่อนข้างผันผวน แต่ภาพรวมรายปีจะค่อนข้าง Stable
Q : ปกติงบรัฐประจำปี ถ้าใช้ไม่หมดจะทบไปปีหน้าไหม
A : ถ้าครบเวลาแล้วใช้ไม่หมดก็ตัดเลย ไปรองบประมาณในปีถัดไป แต่ถ้าโครงการที่เซ็นสัญญาภายในปีงบประมาณแล้ว สามารถเบิกจ่ายได้
Q : การเติบโตของงบแต่ละปีไม่ต่างกันมากหรือไม่
A : ขึ้นกับนโยบาย ว่าปีนั้นๆ จะได้จัดสรรงบเท่าไหร่โดยปกติงบด้านไอที ส่วนใหญ่จะโตขึ้นเรื่อยๆ
Q: กระบวนการของงานรัฐเป็นอย่างไร
A: กำหนด TOR > เชิญเข้าร่วมการประมูล > ยื่นประมูล > ประกาศผู้ชนะการประมูล และขึ้นในเว็บของรัฐ > ส่งมอบงานตามสัญญา
Q: ลูกค้าหลักเราคือใคร
A: หลักๆ คือกระทรวงศึกษา > ประมาณ 40% รองลงมาคือ ธนาคารของภาครัฐ ไปรษณีย์ไทย กสทช. DES (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) กระทรวงการคลัง
Q : ถ้างบรัฐออกช้า > ในภาพรวมทั้งปี ยังเท่าเดิม
A : งบปี 68 เริ่มใช้ 1 ต.ค. 67- 30 ก.ย. 68
และงบปี 2567 ล่าช้า เริ่มใช้ พ.ค. 67 – ก.ย. 67
Q : รายได้ของ MA คิดเป็นเท่าไหร่
A : ประมาณ 8% ของ Revenue
ค่าเช่าประมาณ 8-10%
– Q1 เป็นลูกค้ารายใหญ่ 97.5 ล้าน ประมาณ 3 ราย
งานประกัน 3 ปี กว่าจะได้รายได้จาก MA ก็ปีที่ 4
– มี Backlog มากกว่า 550 ล้านบาท
– งานการศึกษาขนาดตลาด คือ 33,000 โรงเรียน นักเรียนประมาณ 8 ล้านคน
– งบภาครัฐ ยังน้อยมากต่อปี ไม่เกิน 2,000 ห้องเรียน/1 โรงเรียนงบ
– ด้านไอทีของกระทรวงศึกษาปีนี้ 1,600 ล้านบาท โดยที่ Market Share ประมาณ 40%
– Cash Cycle ติดลบ ประมาณ 11 วัน
– 20 ปีที่ผ่านมา ไม่มีปีไหนที่ไม่ได้งบประมาณจากภาครัฐ มีแต่มากขึ้น และเท่าเดิม
Q : AI เข้ามา
A : คาดว่าจะเริ่มใช้ในปีหน้า Chip NPU for AI
Q : Mega Project ที่คาดว่าจะมี
A : Mega Project จะมีงบทางด้านการศึกษา และ Public Safety ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีหน้า
Q : มีโอกาสเห็นดีล M&A ไหม
A : มีโอกาส กำลังศึกษาอยู่
Q : งานประมูล แข่งกับใคร
A : SI เราได้จากฐานลูกค้าเดิม 60% up (2024 มีลูกค้าใน Pipeline รอประมูลอีก 1,600 ล้าน)
– ภาครัฐ ถ้าได้เป็นคู่สัญญาแล้ว ไม่มีหนี้เสีย แต่อาจจะ Delay บ้าง (ส่วนมากไม่เกิน 30 วัน)
– การรับงานใช้ Working Cap ไม่เคยกู้
Q : ช่วยเล่าเรื่อง Project OTPC ให้ฟังหน่อย
A : โครงการ OTPC 1 คน 1 Tablet > ประมูลแบ่งเป็น 4 โซน บริษัทฯ ได้มา 1 โซน (โซน 3 ภาคกลางใต้) ราคาเครื่องละ 2,980 บาท
Q : มีข้อกังวลอะไรบ้าง
A : อยากให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการศึกษา IT มากขึ้น อยากให้ออกงบเร็ว ตรงตามกำหนด อยากให้โครงสร้างรัฐเอื้อต่อการทำธุรกิจได้
Q : จุดเด่นกว่าคู่แข่ง
A : เรื่องราคา ต้นทุนสินค้า Sourcing สินค้าดี มีคุณภาพ แข่งขันได้ และบริการหลังการขาย แต่ละ SI มีฐานลูกค้าเป็นของตัวเอง
– บริษัทฯ มีศูนย์บริการ 3 ที่ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ คอย Service เพื่อรองรับลูกค้าทั่วประเทศ
– ตามมาตรฐานมีเครื่อง Spare ประมาณ 1.5% ของจำนวนทั้งหมด
Q : งานเสร็จแล้วเรารับประกันเอง หรือ คู่ค้า
A : มีทั้ง 2 ส่วน ขึ้นอยู่กับความพร้อม ส่วนหนึ่งทำ Service เอง ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่เราควบคุมได้ จะถูกกว่า และอีกส่วนส่งต่อให้
– Vendor ราคาจะสูงกว่ากันเล็กน้อย แต่มีการควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อไม่เป็นภาระในอนาคต / เรามี call center คอยดูแลลูกค้า
Q : Project ใหญ่ กว่าจะประมูลหลายเดือน ถ้าเงินบาท Swing ทำอย่างไร
A : เรา Fix ราคาเป็นบาท จึงไม่มีความเสี่ยง
Strategy เพิ่มศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ต่อไปจะเพิ่ม อีสานเหนือ (อุดร, ขอนแก่น) อีสานใต้ (สุรินทร์, บุรีรัมย์)