Company Visit (CV) TEGH : Thai Eastern Group Holdings Public Company Limited

Company Visit (CV) TEGH : Thai Eastern Group Holdings Public Company Limited

ชวนสัมผัสประสบการณ์เยี่ยมชมบริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
บริษัทประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่ ยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์มดิบและพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์

“Your Leading Global Strategic Partner that creates Sustainable Value Chain”
TEGH ประกอบไปด้วยธุรกิจ Oil Palm และ Natural Rubber
ต่อมาจึงเริ่มธุรกิจ Renewable Energy and Organic Waste Management (OWM) ควบคู่กันไปด้วย

ทุนจดทะเบียน 1,080 ล้านบาท

🔸เหตุการณ์สำคัญ
– ปี 2553 ร่วมทุนกับ Sumitomo Rubber เพื่อประกอบกิจการสวนยางเนื้อที่ 6,200 ไร่ที่จังหวัดอุดรธานี ( ถือ 51% ) และจัดตั้งโรงงานผลิตยางแท่ง STR ( ถือ 30% )
– ปี 2556 ร่วมทุนกับ Sime Darby Oils Singapore ตั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ที่จังหวัดตราด ( ถือ 60% )
– ปี 2557 ร่วมทุนกับ Global Green Chemical (GGC) ตั้งโรงงานสกัดน้ำมันจากเมล็ดในปาล์ม ที่จังหวัดชลบุรี ( ถือ 70% ) ปัจจุบันถือ 100%
– ปี 2560 ปรับบริษัทเป็น Holding Company
– ปี 2565 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

📍ที่ตั้ง
– โรงงานที่ชลบุรี พื้นที่ 400 ไร่ ผลิต ยางแท่ง / ยางแท่งพิเศษ / ยางแท่ง STR20 / ยางแท่ง STR10 / น้ำยางข้น / น้ำยางเกรดพรีเมี่ยม / โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม
– ระบบรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ รับได้ปีละ 540,000 ตัน
– บึงกาฬ พื้นที่ 193 ไร่ จัดหายางถ้วย
– อุบลราชธานี พื้นที่ 107 ไร่ จัดหายางถ้วย
– อุดรธานี พื้นที่ 154 ไร่ ผลิต ยางแท่ง / ยางแท่งพิเศษ
– หนองบัวลำภู พื้นที่ 6,288 ปลูกยาง
– ตราด พื้นที่ 595 ไร่ น้ำมันปาล์มดิบ
: รวมพื้นที่ 7,737 ไร่ / สินทรัพย์รวม 7,956 ล้านบาท

โดยเป็นโรงน้ำมันปาล์มดิบใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคตะวันออก / โรงเมล็ดในปาล์มใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
โรงงานยางแท่งใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก มีพื้นที่สำหรับการขยายได้อีก 1,000 ไร่

“ทุกอย่างที่ Commitment ไว้ตอนเข้าตลาด บอกว่าจะทำได้ในปี 2026 เราสามารถทำได้ภายในปี 2025”
กำลังการผลิต
– Capacity (Ton) Y2023 – Y2024 – Y2025
– ยางแท่ง 320,000 – 390,000 – 430,000
– น้ำมันปาล์ม 520,000 – 657,000 – 788,400
– OWM (Organic Waste Management) 610,000 – 720,000 – 1,050,000
– Biogas (m3/Yr) 23 m3 – 34 m3 – 67 m3
– Electricity (GWh/yr) 43 – 62

ทำตามปณิธาน เป็น Self Sustain / กลยุทธ์ TEGH Sustainomy
โรงงานเรา Reject Rate เป็น 0 เพราะยางเกรดเราเป็น Premium

TEGH เจ้าของถือประมาณ 74%
Family มีสวนยาง ปาล์มอีกประมาณ 10,000 ไร่

– เป็นโรงงานเดียวที่ เอาไปผลิตยางมาตรฐาน FSC ของ Pirelli
– Target 2030 Empowering Low Carbon Supply Chain
เป็น Game changer ของ Supply Chain
– Apply CBAM
– ปี 2030 ไทยตั้งเป้า Carbon Neutral
– ต่อไปทุก Part ของรถต้อง Declare เรื่อง การปล่อย Carbon
– ทำ Product Carbon Negative คือ ใช้ของเราแล้วไปหัก เรื่อง Carbon ได้

การบริหารจัดการกากอินทรีย์
เดิมเอาไป เผา /ฝัง / เอาไปทำปุ๋ย ซึ่งไม่ดี จากกฏหมายการจัดการกากของเสีย
ทุกวันนี้เรามีพลังงานเหลือ จึงสร้างเขตประกอบการอุตสาหกรรมเอง ( ส่วนของนอกตลาด ) แล้วให้โรงงานมาตั้ง

ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นยุโรป ยางแท่งมาตราฐานอุตสาหกรรม (STR20 STR10 และยาง CV) เกรด Premium
ลูกค้าเป็นบริษัทชั้นนำของโลก เช่น Bridgestone Michelin Continental Apollo Goodyear Pirelli Hankook

————————————————

Sales
– By Customer Group : Global 68% / Local 29%
– By Marketing Channel : Direct 95% / Trader 5%
– By Geography : Local 35% / Export 65% ( Europe 15% / USA 12% / India 14% / China 2% )

สัดส่วนยางที่ผลิตได้นำไปผลิตเป็น :
– ยางรถยนต์ 58.6% ( แบ่งเป็น Domestic 62.6% Export 37.4% )
– ถุงมือทางการแพทย์ 10.2% ( Domestic 6.2% Export 93.8% )
– Elastics 9.3% ( Domestic 8.3% Export 91.7% )
– Tire & Tube for Motorcycle 2.2% ( Domestic 75.7% Export 24.3% )

ปริมาณการผลิตยางทั้งโลก
– ไทย 33.4% / Indonesia 21.8% / Ivory coast 9% / Vietnam 8.7% / India 5.8% / China 5.2%
– World Consumption : China 39.8% / India 9% / Thai 7% USA 6.4%
– โดย Supply ของยางจากอินโดนีเซียยังลดลงต่อเนื่อง จากการที่ชาวสวนหันไปปลูกปาล์ม และทำเหมืองแร่ คาดว่า Supply จะลดลง 1.5 ล้านตัน

————————————————

🎯Financial Highlight
– 9M23 – 9M24
– Revenue 9,204 – 11,554 +26%
– Gross Profit 848 – 1,138 +34%
– GPM 9.2% – 9.9%
– Net Profit 147 – 384 +162%
– NPM 1.6% – 3.3%

สัดส่วนรายได้
– Y2021 – Y2022 – Y2023
– Total Revenue : 11,087 – 15,403 – 12,142
– บริการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ (OWM) 55.4 – 78.0 – 101.1
– Biogas 2.8 – 3.6 – 1.6
– Electricity 22.4 – 26.9 – 30.1

Total Gross Profit 1,184 – 1,584 – 1,095
GPM 10.7% – 10.3% – 9.0%

Natural Rubber Gross Profit : 1,024 – 1,499 – 947.7 / GPM 11.1% – 12.6% – 9.4%
Palm Oil Gross Profit : 59.6 – (-19.2) – 15.7 / GPM 3.4% – (-0.6%) – 0.8%
Renewable Energy Gross Profit : 64.5 – 63.8 – 106.3 / GPM 38.3% – 30.7% – 42.7%

Net Profit 562 – 684 – 215
NPM 5.1% – 4.4% – 1.8%

กฏระเบียบเรื่องยาง EUDR :
– สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของไทยเพิ่มขึ้น
– เปลี่ยนโครงสร้างราคาจากอิงตลาด Sicom เป็น Cost Plus
– ลูกค้ายุโรปเลือกไทยเป็น Supply EUDR หลัก

– Demand EUDR : 3.0 – 4.0 ล้านตัน
– Supply EUDR
– ไทย ปี 2024 1ล้านตัน ปี 2025 2.5 – 3.0ล้านตัน
– Ivory coast 0.5 – 0.8 ล้านตัน
– Indonesia 0.2 – 0.3 ล้านตัน

ปัญหา :
– โรคใบร่วง เริ่มมาจาก Indonesia
– EUDR > รัฐสภายุโรปเลื่อนการใช้ ไปเป็น 1 Jan 2026
– ลูกค้าหลักเราคือ Brand ยุโรป > Top 3 บริษัท แจ้งว่า จะทำ EUDR 100%
– ญี่ปุ่นจะใช้ ประมาณ 50%
– เกาหลี ขอชะลอก่อน > เอา Non EUDR
– อินเดีย > ชะลอ

Q3 รายได้ EUDR 30% / Q4 เป้า 50%
ปีหน้า คิดว่า 30-40%

Glycoderma > โรคปาล์ม / ยาง โรคใบร่วง / ถ้าตากแดดแรงๆ 2-3 เดือน จะหายไป
หรือใช้ยาพ่น

Business Latex > ถุงยาง ยางยืด ถุงมือ
– ถุงยางปีนี้ดีมาก
– เราทำ EUDR Latex ด้วย
– Supply หลักให้ TNR
– ในไทยใช้ 200 ล้านชิ้น จีนใช้ 7,000 ล้านชิ้น

————————————————

🙋‍♂️Q&A

Q : ไทย โกดิวัวร์ ทำ EUDR เวียดนาม อินโด ทำยากไหม /
A : ราคาเดิม เคยบวก 3-5 บาท
สมดุลคือไม่เกิน 3 บาท
อินโดนำยางเข้าจาก Africa
โกดิวัวร์ ต่อไปจะห้ามส่งออกยางถ้วย ทำให้ Supply ขาดขึ้นไปอีก

ส่วนนี้จะทำให้ Supply Disruption
C มีฐานข้อมูลทั้งหมด เป็นทั้งข้อดี ข้อเสีย
ลูกค้าที่ซื้อยางจาก กยท จะมีปัญหา
แต่เราไม่ได้ซื้อยางจาก กยท เลย (150,000 ตัน) เราจึง Comply กับ EUDR ได้

พอ EUDR Delay 1 ปี อาจจะทำให้มีการ เจรจา Pricing ใหม่
เราเลยหาวิธีคิด Formula ใหม่
เราทำดาวเทียมตรวจย้อนหลังไป 10 ปีด้วย
เรามองข้าม EUDR ไปยัง Standard อื่นแล้ว

Supply Indo จะมามาก หลังจากนี้อีก 2 ปี
อย่างตลาดจีน ถ้าผลิตขาย Domestic เอง ก็อาจจะไม่ใช้ EUDR

Q : STA Ner เห็นเข้าไป โกดิวัวร์
A : เราก็มีโอกาสอยู่ด้วย
คนที่จะได้ประโยชน์ คือขายเข้ายุโรป
โกดิวัวร์บอกว่า ไม่ Welcome โรงงานใหม่ ของเดิมก็เต็มอยู่แล้ว

Margin EUDR Fix บาทต่อกิโล ไม่ขึ้นกับราคายางที่ขึ้นลง

Q : คนอื่นโดน Fx เยอะทำไมเราไม่โดน
A : เรา Hedge อัตราแลกเปลี่ยน

Q : น้ำยางขาย Condom ตอนนี้เป็นอย่างไร
A : Margin ดี / ถุงมือ Margin ต่ำ
เราจะทำ EUDR น้ำยาง 100%
เรา aim ไปทาง Premium Material มากขึ้น

สวนยางในไทย ผลตอบแทนต่อไร่ต่างกัน อยู่ที่พื้นที่ พันธุ์
200-300 กิโล ยางก้อนถ้วย ต่อไร่ ต่อปี

Q : สมมติ ซื้อ EUDR 60 บาทต่อกิโล เราขายได้กี่บาท
A : เป็นราคา + Premium + Margin Over Premium (Cost ตามการยางแห่งประเทศไทย)
ซึ่งต้นทุนเราต่ำกว่า กยท. เราเลยได้ Margin บวกเพิ่มไปอีก
Margin จาก Cost มากกว่า 50%

EUDR ปีหน้า 6 เดือนแรก 30-40% จากเดิม ที่ประมาณการไว้ 60% (ที่ Confirm แล้ว)

Q : Premium Customer Approve 2 ปี / ลูกค้าจีนต่างกันอย่างไร
A : จีนสนใจที่ราคามากกว่า
คุณภาพก็ดีกว่าแน่นอน

Q : Non EUDR premium เทียบจีน
A : เราได้ Premium จาก Sicom Price
ปีหน้า 100+ เหรียญจากเดิม 60 เหรียญ

จีน Margin ต่ำมาก แต่ซื้อแล้วต้องรีบส่งมอบเลย คนที่ขายของให้จีนจึงต้อง Stock ของไว้รอให้เขามาสั่ง
เราขายจีนน้อย / ส่วนใหญ่ขาย Spot

ทำเรื่อง EUDR ปาล์มด้วย
ทำ ISCC จาก Palm Waste
SAF ตอนนี้ยังไม่รับน้ำมันปาล์มซึ่งต่อไป อาจจะยอมรับ

Q : ในไทย มีโรงงานหลักหมื่นกระจายตามแหล่งผลิต / กับแบบรวมศูนย์ หลายแสนตัน ( เหมือน TEGH ) แบบไหนดีกว่า
A : ของเราเป็นรวมศูนย์ ต้นทุนการ Approve. / การทำ Standard ต่ำกว่า
การทำ Renewable Energy ลงทุนที่เดียว
เจ้าอื่นต้องลงทุน x24 เท่าตามสาขา
EUDR ต้องทำ Traceability เราใช้คนเพิ่มไม่เยอะ หากเพิ่มจาก Location เดิม ในขณะที่คนอื่นเพิ่มเยอะมาก
เทียบกับ Peer เรา Performance ดีกว่า

Q : ถ้าราคายางขึ้น โครงสร้างแบบไหนได้เปรียบกว่า
A : เราขาย 2 แบบ
แบบ Spot ราคาขึ้นดีกว่า
Long Term Control ดีกว่า
เรา Mix ทั้ง 2 แบบ
บริหารจัดการทุกวัน
Model เรา Balance เรื่องความเสี่ยงกับ Margin

เราต้องบริหาร Margin ของเราให้มากกว่าคู่แข่ง
สิ่งที่เราทำคือ Sustainable Material เราสร้างความแตกต่าง ทำให้ลูกค้าเลือกเราเป็นอันดับแรก

Q : โกดิวัวร์ เค้ามีรายได้ Per Capita 1/3 ของเรา และยางราคาดี แปลว่าเค้าต้องเร่งปลูก จากอันดับ 7 เป็น 3
เค้าจะเป็น Center EUDR ของยุโรปไหม
พอเค้าต้นทุนถูกกว่า จะไปที่นั่นไหม
A : เขาเหมือน Indo 10 ปีที่แล้ว
EUDR เค้า Cap ไม่เกิน 30% ของประเทศ
ส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่ม เช่น Michelin ไปตั้งเอง
500,000 ตันต่อปี

โรงงานยางล้อยุโรปมีทั่วโลก ในประเทศ อื่นๆ ก็จะใช้ Supply ที่ใกล้
ยุโรปค่าแรงสูง > โรงงานยางล้อ ต้องย้ายออกมา
ทั่วโลก ยางทรงๆ แค่โกดิวัวร์ ที่เพิ่มเยอะ
ราคายางไทย แพงกว่า Tocom
โกดิวัวร์ใช้ราคา Sicom +
จีนไปลงทุน แล้ว ส่งยาง 50% มาที่จีน
ของเค้า Enjoy กับการปลูกในพื้นที่ป่า ทำให้ต้นทุนต่ำกว่า แต่อีกหน่อยก็ต้องเข้าสู่สมดุล

Ivory Cost คุณภาพสู้ไทยไม่ได้ บางส่วนส่งไปยุโรปไม่ได้
90% เลยส่งไปจีน
มิชลินมี 10โรงงาน Capacity 300,000 ตัน
พืชอันดับ 1 คือ โกโก้ และราคาขึ้น 100%
ใช้เวลาอย่างน้อยอีก 10 ปี ถึงจะตามไทยทัน

Q : ตลาดยางเรายังไปได้อีกกี่ปี
A : เราพยายามทำให้ Sustain
การ Disrupt Supply Chain > เดิมสิ่งที่ไม่เหมาะสมจะโดน Disruption ออกไป ซึ่งเป็นบวกกับเรา

ซื้อขาย Spot 40% / Long Term 60%
ขาย Biogas Gp45% Np25%

Q : ละ 30,000-50,000 ตัน
ยางเพิ่งขยายอีก 2 เตา Urate 65%
จะเพิ่มอีก 1 เตาปีหน้า +35,000 ton

ปรับ 4% จากยอดขาย เรื่อง EUDR

ปัญหาไทย
One Map ยังไม่เสร็จ