Company Visit (CV) TMAN : T.MAN PHARMACEUTICAL Public Company Limited

Company Visit (CV) TMAN : T.MAN PHARMACEUTICAL Public Company Limited
ชวนสัมผัสประสบการณ์เยี่ยมชมบริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมากว่า 50 ปีมีกลุ่มบริษัทครอบคลุมงานวิจัยและพัฒนา ผลิตและจัดจำหน่ายที่ตอบสนองในทุกๆความต้องการของผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาทิ ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาหารทางการแพทย์ อาหารเสริมสมรรถภาพสำหรับนักกีฬา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์เวชศาสตร์ป้องกัน

TMAN หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศไทยมากว่า 50 ปี
โดยเป็นเจ้าของแบรนด์เวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 221 แบรนด์ และจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก 17 แบรนด์ รวมทั้งสิ้นกว่า 825 ผลิตภัณฑ์ (SKUs)
มี 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าทุกช่วงวัย
โรงงานผลิตยาแผนปัจจุบัน และโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง อย่าง Propoliz Mouth Spray ที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตระดับสากล GMP PIC/S มาตรฐาน GDP PIC/S การรับรอง ISO 22716 และมาตรฐานการดำเนินงานด้านอื่นๆ อีกมากมาย
Collaboration for innovation – ปัจจุบันTMAN มีจุดเด่น คือ การพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีสินค้าใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
ด้วยปณิธานตั้งต้นที่มุ่งมั่นผลิตยาเพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงยาที่ดีมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ ในราคายุติธรรม และต่อยอดสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร และมีความตั้งใจต่อยอดผลิตภัณฑ์ไประดับ Global

————————————————

พัฒนาการที่สำคัญ :
– ปี 2515 : ครอบครัวฐานะโชติพันธ์ นำโดย นายธีรวัฒน์ ฐานะโชติพันธ์ จัดตั้ง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.วี.ฟาร์มาซูติคอล
– ปี 2518 : จัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรัสต์แมน ฟาร์มา (ภายหลังเป็นบริษัทจำกัดภายใต้ชื่อ บริษัท ที.แมน ฟาร์มา จำกัด (ในปี 2554) เพื่อขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ไปยังธุรกิจผลิตและจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน
– ปี 2547 : ก่อตั้ง บริษัท เฮเว่น เฮิร์บ จำกัด ธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร
– ปี 2550 : ก่อตั้ง บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
– ปี 2558 : ก่อตั้ง บริษัท โนว่า เฮลธ์ จำกัด เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (เปลี่ยนชื่อจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.วี.ฟาร์มาซูติคอล)
– ปี 2563: ก่อตั้ง บริษัท ทีเอ็มทีโปรสปอร์ต จำกัด เพื่อขยายไปยังผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สำหรับเสริมสุขภาพด้านการออกกำลังกายและกีฬา
– ปี 2566 : แปรสภาพเป็น บริษัท มหาชน จำกัด เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จากัด (มหาชน) เพื่อเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

————————————————

โครงสร้างบริษัทภายใต้ บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) :
– บริษัท ที.แมน ฟาร์มา จำกัด ผลิต นำเข้า จำหน่ายและรับจ้างผลิตยาแผนปัจจุบัน รวมถึงวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาภายใต้ทีมเภสัชกรของ ที.แมน ฟาร์มา
– บริษัท เฮเว่น เฮิร์บ จำกัด ผลิต และรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ภายใต้ทีมเภสัชกรของ เฮเว่น เฮิร์บ
– บริษัท โนว่า เฮลธ์ จำกัด วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ
– บริษัท ทีเอ็มทีโปรสปอร์ต จำกัด จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเสริมศักยภาพด้านการออกกำลังกายและการกีฬา

————————————————

ลักษณะการประกอบธุรกิจ :
– โครงสร้างรายได้ของของกลุ่มบริษัทฯ ตามกลุ่มธุรกิจ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567
– ผลิต และ/หรือจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ คิดเป็น ร้อยละ 95.6 ของรายได้จากการขายรวม
– การรับจ้างผลิตเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก (OEM/ODM) คิดเป็น ร้อยละ 2.6 ของรายได้จากการขายรวม
– จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก เช่น ยาดม Pastel คิดเป็น ร้อยละ 1.8 ของรายได้จากการขายรวม

การผลิต :
TMAN มีโรงงานผลิต 2 แห่ง ในการผลิตยาของทั้งกลุ่มบริษัทฯ เอง และรับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก ดังนี้
1. โรงงานผลิต ที.แมน ฟาร์มา
โรงงานผลิตยาแผนปัจจุบัน เริ่มดำเนินการ ปี 2518 ตั้งอยู่ในเขตบางขุนเทียน แขวงแสมดำ สามารถผลิตยา 2 กลุ่มยา ได้แก่ ยาที่ไม่ใช่ยาปราศจากเชื้อ (Non-sterile) และยาที่ไม่ใช่ยาปราศจากเชื้อในกลุ่มเพนนิซิลลิน (Non-sterile Penicillin) โดยสามารถผลิตยาในหลากหลายรูปแบบและขนาด เช่น ยาเม็ด ยาแคปซูล ยาผง ยาน้ำ ยาประเภทกึ่งของแข็ง เช่น ครีม ขี้ผึ้ง เจล เป็นต้น ซึ่งมีมาตรฐานระดับสากลที่ได้รับ อาทิ GMP PIC/S ประเภทยาแผนปัจจุบันสาหรับมนุษย์ Good Distribution Practice (GDP)
2. โรงงานผลิต เฮเว่น เฮิร์บ
โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง เริ่มดำเนินการ ปี 2547 ตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี สามารถผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอางในหลากหลายรูปแบบและขนาด เช่น ผลิตภัณฑ์เม็ด แคปซูลธรรมดา แคปซูลแบบเจลนิ่ม ผงแห้ง ของเหลว สารสกัด เจลลี่ ครีม เจล ขี้ผึ้ง เป็นต้น ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล อาทิ GMP PIC/s ประเภทยาแผนโบราณสำหรับมนุษย์/ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ISO 22716:2007 Cosmetic – Good Manufacturing Practices (GMP)
การวิจัยและพัฒนาที่แข่งแกร่ง ต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง

• กลุ่มบริษัทฯ ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยหน่วยงาน R&D ภายในของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงการร่วมมือกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อส่งเสริมความเป็นผู้นำของกลุ่มบริษัท ฯ ในการนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
• การวิจัยและพัฒนาภายใน TMAN ภายใต้การดำเนินการของบริษัทย่อย ที.แมน ฟาร์มา และโนว่า เฮลธ์: ห้องปฏิบัติการที่พร้อมด้วยเครื่องมือการวิจัยที่ได้มาตรฐานและทันสมัยภายใน พื้นที่ศูนย์วิจัยของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงมีบุคลากรฝ่ายวิจัยและพัฒนาที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
• การร่วมมือวิจัยและพัฒนากับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ หน่วยงานวิจัยและพัฒนา โนว่า เฮลธ์ ดำเนินการวิจัยและพัฒนาสำหรับนวัตกรรม เพื่อสุขภาพนอกเหนือจากยา ร่วมวิจัยกับหน่วยงานภายนอกเพื่อขยายขอบเขตการวิจัยและเพิ่มโอกาสในการค้นพบและพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำ งานวิจัยที่ร่วมมือกับองค์กรดังกล่าว TMAN สามารถนำมาต่อยอดและสร้างเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ เช่น (1) สารสกัด Propolis: มีคุณสมบัติในการเสริมฤทธิ์ และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย บรรเทาอาการเจ็บคอในรูปแบบต่างๆ และ (2) สารสกัด Rangchuet AllerX: คุณสมบัติแก้แพ้ผื่นคัน
• มีบุคลากรฝ่ายขาย 107 คน และเครือข่ายลูกค้ากว่า 10,000 ราย

————————————————

อุตสาหกรรม :
• ปี 2566 – 2568 คาดว่ามูลค่าจำหน่ายยาจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.0 – ร้อยละ 6.0 ต่อปี (Krungsri Research) โดยคาดว่ามูลค่าการจำหน่ายยาผ่านโรงพยาบาลจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.3 ต่อปี และมูลค่าการจำหน่ายผ่านร้านขายยา (OTC) จะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.0 ต่อปี
• โดยมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
1. แนวโน้มการเจ็บป่วยมีทิศทางเพิ่มขึ้น
2. การเข้าถึงสิทธิการรักษาภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพภาพถ้วนหน้า
3. ผู้ป่วยต่างชาติมีแนวโน้มกลับมาใช้บริการสถานพยาบาลในประเทศไทยมากขึ้น
4. ความต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
5. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพิ่มศักยภาพการผลิตและการเข้าถึงยาของผู้บริโภค
6. นโยบายภาครัฐหนุนการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยา
• อุตสาหกรรมยาสมุนไพร ปี 2564-2569 เติบโตเฉลี่ย 5.5% เพิ่มเป็น 59,500 ล้านบาท ในปี 2569 จากการคาดการณ์มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรของ Euromonitor
• อุตสาหกรรมตลาดวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ปี 2564-2568 เติบโตเฉลี่ย 8.4% เพิ่มเป็น 80,000 ล้านบาทในปี 2568 จากการคาดการณ์มูลค่าตลาดวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ของ Euromonitor

————————————————

จุดเด่นและกลยุทธ์การเติบโต :

1. แบรนด์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ประสบความสำเร็จในวงกว้างและได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเป็นอย่างดี
การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เดิม ต่อยอดจากแบรนด์ที่แข็งแกร่งและพัฒนาไปยังผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ภายในแนวคิดแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับ เช่น Polar Spray : มีการต่อยอดจากเสปรย์ปรับอากาศ ไปยังผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ โฟมล้างมือ / สูตรอ่อนโยน
– TMAN นำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ครบครัน ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเป้าหมาย ด้วยข้อได้เปรียบในการแข่งขันจากการเป็นเจ้าของแบรนด์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จในวงกว้างและถือเป็น ‘Product Champion’ สัดส่วนรายได้ 47.9% ของรายได้จากการขาย ณ 31 มีนาคม 2567 ได้แก่
• Propoliz Series ผลิตภัณฑ์ดูแลและช่วยบรรเทา อาการ ทางช่องปากและลำคอ เม็ดอมช่วยให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการระคายคอ ยาสีฟัน และน้ำยาบ้วนปาก
• Vita-C Series ผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินซี ซึ่งรูปแบบที่หลากหลาย ได้แก่ วิตามินซีแบบเม็ดเคี้ยว วิตามินซีรูปแบบกัมมี่ และรูปแบบเจลลี่ สตริป
• Myda Series ยาฆ่าเชื้อรา รักษาโรคผิวหนังจากเชื้อราที่มีอาการอักเสบและ/หรืออาการคันร่วมด้วย ใช้ทารักษากลากเกลื้อน สบู่รักษาผดผื่นคัน เป็นต้น
• ไอยรา Series ผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการไอ ระคายคอ เช่น ยาน้ำแก้ไอมะแว้ง ไลท์ สูตรไม่มีน้ำตาล (กล่องสีขาว) ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องระมัดระวังระดับน้ำตาล ยาน้ำแก้ไอสูตรมะขามป้อม (กล่องสีเขียว)
• IBUMAN Series ยาบรรเทาอาการปวดศีรษะ
– สัดส่วนรายได้การขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ งวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567 (% ของรายได้จากการขายรวม)
• ยาแผนปัจจุบัน 49.1%
• ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสาอาง 39.6%
• ผลิตภัณฑ์สมุนไพร 7.8%
• ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่น ๆ 3.4%
– สัดส่วนรายได้การขายตามกลุ่มลูกค้า งวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567 (% ของรายได้จากการขายรวม)

• กลุ่มลูกค้าองค์กร 99.7%
– ร้านขายยา 57%
– โรงพยาบาล 11.5%
– ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง 10.9%
– คลินิก 5.8%
– อื่นๆ 6.3%
– กลุ่มลูกค้าในต่างประเทศ 7.6%
• กลุ่มลูกค้าบุคคล 0.3%

————————————————

2) มีระบบการกระจายสินค้าเป็นของตนเอง ส่งผลให้มีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก
– มีความสัมพันธ์อันดี กับลูกค้าที่มีชื่อเสียง กลุ่มลูกค้าองค์กร กลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ รวมกว่า 10,000 ราย
– ช่องทางการกระจายสินค้าหลักในปัจจุบัน เช่น ร้านขายยาค้าปลีก และค้าส่ง และธุรกิจค้าปลีก และคลินิก มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจค้าปลีกมีแผนการขยายสาขาต่อเนื่อง เช่น 7-11
– กลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล ห่วงโซ่ขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมยา
– ช่องทางการขายเดิมในปัจจุบันยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
– ร้านขายยาเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตเมืองและพื้นที่ชุมชนซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพ จากการรุกขยายสาขาของร้านเชนสโตร์
– คลินิกเวชกรรมและคลินิกอื่นๆ ขยายตัว สอดรับกับเทรนดการดูแลรักษาสุขภาพ และใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
– จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศ ผ่านผู้จัดจำหน่ายต่างประเทศ 22 ประเทศ เช่น ลาว ฮ่องกง กัมพูชา เวียดนาม ไต้หวัน จีน มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ เกาหลี และอื่น ๆ

————————————————

3) ขยายฐานลูกค้ากลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล ห่วงโซ่ขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมยา
– อ้างอิงจากวิจัยกรุงศรีจากข้อมูลอุตสาหกรรมยา มูลค่าการจำหน่ายยาผ่านโรงพยาบาลจะเติบโตเฉลี่ยในอนาคตสูง ในปี 2564 มูลค่าการจำหน่ายยาผ่านโรงพยาบาลคิดเป็นร้อยละ 80 ของมูลค่าตลาดยาทั้งหมด
– กลยุทธ์
• เน้นการวิจัยและพัฒนาเวชภัณฑ์ยาใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า กลุ่มโรงพยาบาลโดยเฉพาะเพิ่มเติม เช่น ยารักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เเละกลุ่มยาที่ TMAN มีความเชี่ยวชาญเดิม เช่น กลุ่มยารักษาโรคทางเดินหายใจ สินค้าที่มุ่งเน้นการจำหน่ายให้แก่ลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลโดยเฉพาะ เช่น Attor ยารักษาผู้ป่วยที่มีระดับโคเลสเตอรอลสูง
• ลดระยะเวลาในการออกผลิตภัณฑ์สู่ตลาด ด้วยการเตรียมการวิจัยและพัฒนา จนถึงขึ้นทะเบียนยาก่อนที่ยาต้นแบบจะหมดสิทธิบัตร อย่างน้อย 2-3 ปีล่วงหน้า
– ทีมพนักงานขายสำหรับกลุ่มโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สามารถให้ข้อมูลสินค้าเชิงลึกแก่แพทย์และเภสัชกรในโรงพยาบาลได้อย่างครบถ้วน

ประเภทของยาที่คาดว่าจะจัดจำหน่าย :
• 2567 ยารักษาโรคเบาหวาน ยาปฏิชีวนะ ยาลดระดับไขมัน
• 2568 ยาแก้แพ้ ยาปลูกผม ยาครีมฆ่าเชื้อ ยาฆ่าไวรัส
• 2569 ยาพ่นคัดจมูก ยาสลายลิ่มเลือด ยารักษาโรคเบาหวาน ยาแก้วิงเวียน
• 2570 ยาสลายลิ่มเลือด ยากันชัก
• 2571 ยารักษาโรคเก๊าท์ ยารักษาโรคเบาหวาน

————————————————

4) การวิจัยพัฒนาที่แข็งแกร่ง
– TMAN มีทีมบุคลากรในการวิจัยและพัฒนาที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ประกอบด้วยเภสัชกรและนักวิทยศาสตร์กว่า 110 คน
– ปัจจุบันมีงานวิจัยที่อยู่ระหว่างการศึกษาจำนวน 35 โครงการ โดยสำหรับปี 2563-2566 กลุ่มบริษัทฯ มีงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จและสามารถนำมาต่อยอดจดทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ได้สำเร็จ 19 – 42 ผลิตภัณฑ์ต่อปี
– กลุ่มบริษัทฯ สร้างมาตรฐานการสกัดสารสกัดจากธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดมาตรฐาน NatureCeutical ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ นำความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีการผลิตยาแผนปัจจุบันมาประยุกต์ใช้กับการสกัดสารสกัดจากธรรมชาติและสมุนไพร โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตและมาตรฐานการควบคุมคุณภาพเช่นเดียวกับการผลิตยาแผนปัจจุบัน เพื่อให้ได้สารสำคัญที่มีประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ได้จริงตรงตามงานวิจัย มีคุณภาพ มีความคงตัวสูง และมีความปลอดภัย
– นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีการนำงานวิจัยจากองค์กรดังกล่าวมาต่อยอดและสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

————————————————

5) กระบวนการผลิตมาตรฐาน GMP PIC/S และมาตรฐานในการดำเนินงานอื่นๆ ในระดับสากลของอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
– โรงงานผลิต ที.แมน ฟาร์มา และโรงงานผลิต เฮเว่น เฮิร์บ เป็นโรงงานผลิตยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีความเชี่ยวชาญในทุกกระบวนการดำเนินงาน โดยได้รับการรับรองมาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากลของอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยมีมาตรฐานสำคัญ ดังนี้
– โรงงานผลิต ที.แมน ฟาร์มา โรงงานผลิตยาแผนปัจจุบันของกลุ่มบริษัทฯ ได้รับการรับรอง
– มาตราฐานหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต หรือ Good Manufacturing Practice – Pharmaceutical Inspection Co-Operation Scheme (GMP-PIC/S)
– Good Distribution Practice (GDP PIC/S) สำหรับยาแผนปัจจุบัน
– โรงงานผลิต เฮเว่น เฮิร์บ โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ได้รับการรับรองมาตรฐาน
– GMP-PIC/S และ GDP-PIC/S สำหรับยาแผนโบราณ/ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งเป็นมาตรฐานกระบวนการผลิตยาและการกระจายยาที่ดีของประเทศในสหภาพยุโรป
– มาตรฐาน GMP ASEAN Cosmetic ซึ่งเป็นมาตรฐานเครื่องสำอางที่ได้รับการยอมรับในระดับ ASEAN

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตอื่นๆ และมาตรฐานที่เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนา เช่น
• มาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 มาตรฐานข้อกําหนดความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบและห้องปฏิบัติการสอบเทียบสำหรับทดสอบยา
• มาตรฐาน ISO 9001:2015 มาตรฐานระบบจัดการคุณภาพ สำหรับการผลิตและพัฒนายาแผนปัจจุบัน
• มาตรฐาน ISO 22716:2007 Cosmetics-Good Manufacturing Practices (GMP) สำหรับเครื่องสำอาง
• มาตรฐาน ISO 22000:2018 มาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
• มาตรฐาน Good Hygiene Practices (GHP)
• มาตรฐาน ISO 9001:2015 มาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพ สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

————————————————

6) เพิ่มการเติบโตของรายได้จากการขยายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศ
– กลุ่มบริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสในการเพิ่มช่องทางรายได้ผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ ที่มีศักยภาพในต่างประเทศ โดยระหว่างปี 2563 ถึงปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ ไปยังต่างประเทศผ่านผู้จัดจำหน่ายและกลุ่มลูกค้าองค์กรอื่น ใน 22 ประเทศทั่วโลก เช่น กัมพูชา จีน พม่า มาเลเซีย ลาว เวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน เป็นต้น

– กลุ่มบริษัทฯ จะทำการศึกษาข้อมูลเพื่อพิจารณาถึงโอกาสและความเป็นไปได้ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปในประเทศต่างๆ โดยจะพิจารณาถึง
• ศักยภาพของผลิตภัณฑ์ในแต่ละประเทศ
• ปัจจัยมหภาคของประเทศนั้นๆ เช่น สภาวะเศรษฐกิจ กฎหมายและกฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศ
• สภาพการแข่งขันของแต่ละผลิตภัณฑ์
• แนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคแต่ละประเทศ

– เมื่อบริษัทฯ เล็งเห็นถึงความเป็นได้ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในตลาดต่างประเทศ กลุ่มบริษัทฯ จะดำเนินการสรรหาพันธมิตรที่แข็งแกร่งเพื่อเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ ในแต่ละประเทศ โดยพิจารณาคัดเลือกจากปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด เช่น ประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ เครือข่ายการจัดจำหน่าย ความสามารถในการทำการตลาด เป็นต้น ทั้งนี้ ภายหลังการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศนั้นๆ แล้ว กลุ่มบริษัทฯ มีการหารือร่วมกันกับพันธมิตรเพื่อวิเคราะห์สภาวะตลาดและปรับปรุงแผนการดำเนินการร่วมกันเพื่อเพิ่มโอกาสที่ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ จะประสบความสำเร็จในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศ
– กลุ่มบริษัทฯ มีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อสนับสนุนแผนการขยายการดำเนินงานไปในต่างประเทศ โดยการเพิ่มจำนวนบุคลากรฝ่ายการขายและการตลาดต่างประเทศ เช่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาดที่มีประสบการณ์และสามารถสื่อสารภาษาท้องถิ่นในแต่ละประเทศได้ เพื่อการเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น

————————————————

7) เพิ่มสัดส่วนธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM/ODM) และธุรกิจรับจัดจำหน่าย
– กลุ่มบริษัทฯ มีแผนการขยายธุรกิจรับจ้างผลิต (ODM/OEM) เวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์ของกำลังการผลิตของโรงงานและทรัพยากรของกลุ่มบริษัทฯ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
– กลุ่มบริษัทฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าจากการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบุคคลภายนอกที่มีศักยภาพและน่าสนใจ ทำให้กลุ่มบริษัทฯ สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและสามารถแข่งขันได้กับผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรายอื่นซึ่งอาจจัดจำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตนเอง ดังนั้น กลุ่มบริษัทฯ จึงมีแผนการขยายธุรกิจจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอกผ่านเครือข่ายลูกค้าทั่วประเทศที่แข็งแกร่งและทีมเจ้าหน้าที่ขายที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ
กรรมการและทีมงานที่แข็งแกร่ง CEO ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี รวมถึงมีพนักงานที่มีศักยภาพ ประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญ
– โดยเฉพาะเภสัชกรซึ่งดูแลเรื่องการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทฯ โดยตรง ฝ่ายการขายและการตลาดที่เชี่ยวชาญทางการตลาดทำหน้าที่วางกลยุทธ์การตลาดเกี่ยวกับแบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ ผลิตภัณฑ์ และการดึงดูดลูกค้าและผู้บริโภคขั้นสุดท้าย และมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายสำหรับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำหน้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
โครงการในอนาคต

กลุ่มบริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง และ/หรือติดตั้งเครื่องจักรจำนวน 8 โครงการ และมีโครงการในอนาคตตามแผนการขยายธุรกิจจำนวน 5 โครงการ โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวมโดยประมาณไม่เกิน 777.5 ล้านบาท แบ่งเป็น
• โครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง และ/หรือติดตั้งเครื่องจักรจำนวนไม่เกิน 298.5 ล้านบาท
• โครงการในอนาคตตามแผนการขยายธุรกิจจำนวนไม่เกิน 479.0 ล้านบาท
• โครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง และ/หรือติดตั้งเครื่องจักรเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของโรงงานและขยายศูนย์วิจัยและพัฒนา ดังนี้ :

1. โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ลงทุนในเครื่องจักรสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ในไลน์การผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรของโรงงานผลิต เฮเว่น เฮิร์บ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2567
2. โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตกลุ่มยาแผนปัจจุบันภายใต้บริษัท ที.แมน ฟาร์มา โดยคาดว่าปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2567
3. โครงการขยายส่วนงานวิจัยและพัฒนา ภายใต้การดำเนินการของบริษัท ที.แมน ฟาร์มา โดยลงทุนกลุ่มบริษัทฯ จะลงทุนปรับปรุงพื้นที่บนโรงงานผลิตบางส่วนเป็นห้องปฏิบัติการ (Laboratory) สำหรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทฯ โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2567
4. โครงการขยายกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยบริษัท เฮเว่น เฮิร์บ ได้มีการลงทุนซื้อเครื่องจักรสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2567 ซึ่งทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทของแข็ง (Solid Dosage Form) ได้
5. โครงการซื้อเครื่องมือควบคุมคุณภาพการผลิตกลุ่มยาแผนปัจจุบัน กลุ่มบริษัทฯ มีแผนลงทุนซื้อเครื่องตรวจจับโลหะ เครื่องวัดความคงตัว และเครื่องมือตรวจสอบเพื่อใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2567
6. โครงการซื้อเครื่องมือควบคุมคุณภาพการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กลุ่มบริษัทฯ มีแผนในการปรับปรุงสายการผลิตภายในโรงงานผลิตเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐาน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2567
• นอกจากนี้กลุ่มบริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการอื่นๆ ได้แก่
7. โครงการพัฒนาระบบงานขายบนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเพิ่มฟังก์ชันการทำงานในส่วนงานขายให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทฯ ผ่านระบบดังกล่าวได้ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2567
8. โครงการก่อสร้างคลังสินค้าและอาคารสำนักงานของบริษัท เฮเว่น เฮิร์บ จำกัด กลุ่มบริษัทฯ จะลงทุนเพื่อก่อสร้างคลังสินค้าและอาคารสำนักงานของบริษัท เฮเว่น เฮิร์บ จำกัด รวมถึงการปรับปรุงที่ดินและติดตั้งระบบไฟฟ้า โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 สำหรับคลังสินค้า และภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 สำหรับอาคารสำนักงาน

————————————————

• โครงการลงทุนในอนาคต
1. โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ รวมถึงเป็นการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้แก่พนักงานของกลุ่มบริษัทฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2569
2. โครงการขยายกำลังการผลิตกลุ่มยาแผนปัจจุบันครั้งที่ 1 การลงทุนในครั้งนี้เป็นการจัดสายการผลิตสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ตัวอย่างโดยเฉพาะ เพื่อให้สายการผลิตหลักสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2568
3. โครงการลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) คาดว่าการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาของโรงงานผลิตจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2567
4. โครงการปรับปรุงพื้นที่การผลิตยาแผนปัจจุบัน กลุ่มบริษัทฯ จะปรับปรุงพื้นที่เก็บยาสำหรับการทำการทดสอบความคงตัว รวมถึงปรับปรุงอาคารสำหรับการจัดเก็บวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ให้เพียงพอต่อกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2568
5. โครงการขยายกำลังการผลิตกลุ่มยาแผนปัจจุบันครั้งที่ 2 กลุ่มบริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อพิจารณาทางเลือกในการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตของกลุ่มยาแผนปัจจุบัน ในรูปแบบการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเอง หรือการเข้าซื้อโรงงานผลิตยาแผนปัจจุบัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2570

————————————————

Financial Highlights Y2021 – Y2022 – Y2023
– Revenue 1,260 – 2,017 – 1,972
– COGS 861 – 924 – 1,003
– GPM 31.6% – 54.2% – 49.1%
– NPM 4.5% – 23.3% – 21.8%
โดยอัตรากำไรขั้นต้นในงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567 ลดลงเป็น 48.9% เพราะ product Mix
สรุป = ครบวงจร / เติบโตอย่างต่อเนื่อง

โรงงานคุณภาพสูง :
– Strong product brand
– Own distribution > ได้ data มา analyze > เข้าใจ pain point
– Market intelligence
– R&D
• ขาย 102 ล้านหุ้น
หุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ 71.43 ล้านหุ้น / หุ้นเก่า TKW Capital Limited 30.57 ล้านหุ้น
มี voluntary share lockup หุ้นของผู้บริหาร 180 วัน

————————————————

Q&A:
Q : จะไปเจาะโรงพยาบาล มีกลยุทธ์อย่างไรบ้าง
A : ดูว่ายาเค้าเป็นแบบไหน > ถ้ามี Local Player จะเป็นระบบประมูล = Price And Performance
ถ้ายา First Generic ค่อนข้างท้าทาย แต่เราเคยทำได้มาก่อนแล้ว
คือเอาไปขายกับโรงเรียนแพทย์มาก่อน > เช่น ศิริราช
สร้าง Awareness > ให้แพทย์ผู้ใช้ รับรอง
Local Made จะ Save Cost ลงได้
เช่น สมิติเวช / โรงพยาบาลผิวหนัง
Relationship
Spec สินค้าที่ดีกว่า / generation ใหม่กว่า > ทำให้ดีกว่า original
First generic > หมดสิทธิบัตร > โอกาสสำเร็จสูง
+ หาตลาดที่ไม่มีการแข่งขันสูง
ยาเข้าโรงพยาบาล Q1 ปีนี้ โตได้ดี

Q : โรงงาน cap เท่าไหร่
A : ยาเม็ด 60% ของแข็ง / ยาน้ำ ครีม 70-80% / ไม่รวมเปิดกะเพิ่ม
สมุนไพร 2-3 ล้านลิตร ต่อปี ( ลำลูกกา ) 50-60%
Plant อาหารเสริม วิตามินซี 60-70%
เครื่องสำอาง 60%
เฉลี่ยทุกโรงงาน 60%

Q : โรงงาน de-bottle neck (ลดปัญหาเรื่องคอขวด) จะเพิ่มประสิทธิภาพได้
A : ค่อยๆเพิ่มเครื่องจักรเพื่อลดคอขวดลงทำให้ Flow ดีขึ้น
มองเรื่อง Capacity / Lean ขึ้น / เพิ่ม Technology ใหม่

Q : งบลงทุน ปี 2569 กับ 2570
A : อยู่ระหว่างการศึกษา
ปี 67 de-bottle neck (ลดปัญหาเรื่องคอขวด)
ปี 68 ขยายกำลังการผลิต
ปี 70 ศึกษาเรื่อง Line ใหม่

Q : ปี 2569 ทำไมงบทำ Office เยอะ
A : ไม่ได้เยอะ 300 ล้าน เอาที่จอดรถเดิม ทำออฟฟิศ สร้างเผื่อขยายทีม คน สร้างคลังเก็บสินค้าเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
Sales มี 120 คน พื้นที่ไม่พอ
เพื่อใช้ในการพัฒนาคนด้วย

Q : Product ใหม่ ปีที่แล้ว 19 ตัวเป็นยังไงบ้าง
A : ยา 30% / ทิศทางดี
ปีนี้ Pipeline 8-12 ตัว > เช่น Propoliz Spray เพิ่มความชา (Defram)
Q 35 Product ใน Pipeline >New generic 2-3 ตัว ต่อปี
1 ตัว ใช้เวลา 2-3 ปี
be = ยานวัตกรรม

Q : ขนส่ง
A : ดำเนินการโดยกลุ่มบริษัทฯ

Q : First Generic > คนอื่นทำได้ไหม
A : ทำได้ อย่างไรก็ดีขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญในการทำวิจัยและพัฒนาที่แม่นยำและรวดเร็ว
ต้องทำ BE = Bio Equivalent Data > อันนี้ยาก ลงทุนสูง

Q : สัดส่วนรายได้
A : อ้างอิงข้างบน

Q : ค่าใช้จ่าย SG&A คิดเป็นกี่% ของรายได้รวม
A : SG&A 20.5% as of 31 March 2567
Rebate หักออกตั้งแต่ Revenue เลย